MEN’s HEALTH

  • 5 วิธีควบคุมการกินให้น้อยลง

    สำหรับใครก็ตามที่อยากลดน้ำหนัก แต่รู้ตัวว่าเป็นคนใจอ่อน เห็นอาหารแล้วอดไม่ได้ ต้องกิน กิน และกิน ต่อไปนี้คือเคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญของเมโย คลินิก ในการหาอุบายมาใช้ลดปริมาณอาหารให้น้อยลง โดยไม่รู้สึกว่าต้องอดอยากหรือถูกบีบบังคับ ทั้ง 5 วิธี หันไปให้ความสนใจกับสิ่งอื่นแทนอาหาร นั่นคือ. . . 1. ใช้จานเล็ก ถ้วยเล็ก ช้อนเล็ก เพราะงานวิจัยหลายชิ้นยืนยันตรงกันว่า คนเราจะกินอาหารเยอะขึ้น เมื่อใช้จานช้อนใหญ่ขึ้น 2....

  • สารอาหาร…สร้างภูมิคุ้มกัน

    ความจริงแล้ว ทุกคนที่เกิดมาล้วนมีภูมิคุ้มกันโรคภัยไข้เจ็บอยู่ในตัว เพราะการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาตินั้นเริ่มขึ้นก่อนที่เราจะเกิดด้วยซ้ำ ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องแม่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ของผู้เป็นแม่ในช่วงนั้นจะทำให้ทารกมีภูมิคุ้มกันดี เมื่อคลอดออกมาจนอายุ 6 เดือน น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดและสามารถสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้ดีมาก หลังจากนั้น ช่วงอายุ 6 เดือน ถึง 1 ขวบ หากยังสามารถให้นมแม่ต่อไปควบคู่กับนมผสมและอาหารเสริม ก็จะช่วยให้ทารกแข็งแรงมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้นไปอีก เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ การรับประทานอาหารที่มีสารเสริมสร้างภูมิคุ้มกันก็มีส่วนช่วยได้มากเช่นเดียวกัน วิธีง่ายๆ เพื่อเพิ่มพูนภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติคือ บริโภคผักผลไม้วันละ 5-9 ส่วน...

  • กินผลไม้ให้เป็น

    ใครชอบใช้ปากกัดผลไม้ต้องอ่านตรงนี้ ส่วนคนที่ไม่ชอบกัดก็ควรอ่านเช่นกัน เผื่อมีข้อมูลนำไปบอกญาติสนิทมิตรสหายถึงโทษภัยของการใช้ปากโดยไม่ยั้งคิด เมื่อไม่นานนี้ โฆษกกระทรวงสาธารณสุขออกมาบอกว่า ช่วงนี้ยังเป็นฤดูผลไม้ของประเทศไทย โดยผลไม้ทั่วไปนั้นมีทั้งชนิดที่กินได้ทั้งเปลือก เช่น ฝรั่ง ฯลฯ และชนิดต้องแกะเปลือกออกก่อนบริโภค เช่น ทุเรียน กล้วย ลำไย เงาะ ฯลฯ ที่ผ่านมาพบว่ายังมีคนไทยบางกลุ่มบริโภคผลไม้ไม่ถูกต้อง คือนิยมใช้ปากกัดเปลือกผลไม้แทนการใช้มือปอกหรือแกะเปลือกออก ทำให้เสี่ยงต่อการรับสารตกค้างที่ติดมากับเปลือกผลไม้ โดยเฉพาะเด็กๆ ผู้ปกครองควรเอาใจใส่เป็นพิเศษ เนื่องจากไม่ได้เรียนรู้หรือไม่ค่อยคำนึงถึงความปลอดภัยในเรื่องนี้ นอกจากนั้น ท่านโฆษกฯยังเล่าให้ฟังว่า...

  • ฝึกสมองให้ฟิตเสมอ

    มีแต่คนไม่มีสมองเท่านั้น ที่กล้าบอกว่าสมองไม่ใช่อวัยวะสำคัญของมนุษย์ เมื่อสมองมีความสำคัญ การดูแลรักษาสมองให้สามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุขัยก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน เพื่อไม่ให้ถูกคุกคามจากโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับสมอง โดยเฉพาะโรคสมองเสื่อมหรืออัลไซเมอร์ ต่อไปนี้ คือ 8 วิธีง่ายๆ ในการฝึกสมองให้มีความฟิตอยู่เสมอ 1.ฝึกใช้มือข้างที่ไม่ถนัด :โดยเริ่มจากการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น แปรงฟัน จากที่เคยใช้มือขวาก็เปลี่ยนมาใช้มือซ้าย ต่อไปก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกิจกรรมที่มีความซับซ้อนขึ้น เช่น เล่นกีฬา กินข้าว ฯลฯ วิธีนี้จะช่วยให้เซลล์สมองได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 2.ฝึกโฟกัสสายตา:...

  • อาหารเสริมพลัง

    เน้นที่พลังทางกาย ไม่ใช่พลังทางเพศ เอาไว้กินก่อนหรือหลังการออกกำลังกาย ไม่ใช่การประกอบกิจกรรมบนเตียงนอน อาหาร 4 อย่างต่อไปนี้ หลายคนยอมรับว่าดี เรามีหน้าที่มาบอกต่อ ส่วนคุณก็ต้องลองนำไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง 1. น้ำผึ้ง: การศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า อาหารที่มีส่วนประกอบของ “ฟรุกโตส” และ “กลูโคส” จะช่วยเสริมสร้างพลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้มากกว่าอาหารที่มี “กลูโคส” เพียงอย่างเดียว และน้ำผึ้งคืออาหารที่มีส่วนประกอบทั้ง “ฟรุกโตส” และ...

  • ปัญหาสายตากับหน้าจอคอมพิวเตอร์

    จากอดีตถึงปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าจอคอมพิวเตอร์สามารถก่อให้เกิดอันตรายโดยตรงต่อดวงตาของคนเรา แต่อาจเกิดอาการด้านลบได้บ้างหากใช้อย่างไม่ถูกวิธีหรือไม่บันยะบันยัง เช่น ไม่สบายตาหรือเมื่อยลูกตา ซึ่งพบมากในกลุ่มที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นประจำ แม้จะไม่ใช่อาการที่มีอันตรายร้ายแรง แต่ก็ควรระมัดระวังเอาไว้ด้วย การตรวจสอบในห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์พบว่า โดยทั่วไปจอคอมพิวเตอร์จะปล่อยรังสีออกมาทั้งรังสีเอ็กซ์  (X-ray) และรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต แต่ปริมาณน้อยมากจนไม่สามารถทำให้เกิดอันตรายใดๆ ต่อดวงตาได้ ที่ผ่านมา หลายคนอาจหวาดกลัวว่าการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ จะทำให้เกิดต้อกระจก แต่นักวิทยาศาสตร์ตลอดจนจักษุแพทย์ยืนยันว่า ไม่เป็นเช่นนั้นแน่แม้จะนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ไปตลอดชีวิต ถ้าจะเป็นก็ต้องมาจากสาเหตุอื่น เพราะในความเป็นจริง หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ (หลอดนีออน) ยังปล่อยรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตออกมามากกว่าจอคอมพิวเตอร์ด้วยซ้ำไป นอกจากเมื่อยตา...

  • เตือนภัย…ก่อนป่วย

    ร่างกายไม่เคยใจร้ายกับคนเรา ก่อนการเจ็บป่วยถึงขั้นล้มหมอนนอนเสื่อหรือเข้าโรงพยาบาล ร่างกายมักส่งสัญญาณเตือนออกมาเสมอ เพื่อให้เรารู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นเป็นอันตราย หรืออย่างน้อยก็เป็นผลร้ายมากกว่าผลดี เพื่อให้เราลด ละ เลิก หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ถูกต้องเหมาะสม ก่อนจะเจอโรคภัยอันไม่พึงประสงค์ เรามีสัญญาณเตือนของร่างกายที่มีการรวบรวมไว้มาบอกกล่าว เพื่อให้ทุกคนลองนำไปพิจารณากับตัวเอง คนในครอบครัว รวมไปถึงคนที่คุณรักทุกๆ คน นอนหลับยากบ่อยๆ หรือต่อเนื่องกันหลายคืน ผิวพรรณหมองคล้ำ มีริ้วรอยและหยาบกร้าน เป็นกระหรือจุดด่างดำง่าย เป็นผดผื่นบ่อย ผมเสียหรือผมร่วง ปวดหัวบ่อยๆ และมีอาการข้างเคียงอื่นๆ เช่น...

  • อาหารเช้าลดโรค…บำรุงสมอง

    แทนที่จะติดทีวี…มาติดอาหารเช้ากันดีกว่า เพราะการกินอาหารเช้าช่วยป้องกันโรคหัวใจ และน้ำตาลในเลือดสูง ซึ่งเป็นอาการเตือนของโรคเบาหวาน นอกจากนี้ยังช่วยลดอาการอ่อนเพลียได้อีกด้วย จากผลการวิจัยคนที่กินธัญพืชไม่ขัดสีเป็นอาหารเช้าทุกวันนานกว่า 5 ปี พบว่ามีแนวโน้มอายุยืนขึ้น เพราะธัญพืชไม่ขัดสีมีสารต้านอนุมูลอิสระ ใยอาหาร และสารอาหารอื่นๆ ที่ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจ นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและลดความดันโลหิต ส่งเสริมให้ร่างกายใช้กลูโคสและฮอร์โมนอินซูลินได้ดีขึ้น ธัญพืชที่มีโปรตีนถั่วเหลืองผสมจะให้ประโยชน์ต่อร่างกายเพิ่มขึ้น เพราะโปรตีนถั่วเหลืองช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดได้ ส่วนอาหารที่มีองค์ประกอบของกรดโฟลิค วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 จะช่วยลดสารโฮโมซิสเตอีนในเลือดซึ่งเป็นอันตรายต่อหลอดเลือด นอกจากลดความเสี่ยงในการเกิดโรค อาหารเช้ายังเข้าไปช่วยเพิ่มพลังสมอง...

  • 10 วิธีสุขภาพดีโต้ลมหนาว

    หน้าหนาวคราวนี้ ไม่ว่าจะหนาวจัดในรอบหลายสิบปีเหมือนที่กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ไว้หรือไม่ เราก็ควรดูแลสุขภาพและหาทางป้องกันตัวให้รอดพ้นจากโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมลมหนาวเหมือนทุกปีที่ผ่านมา และต่อไปนี้คือ 10 วิธีที่สามารถลดความเสี่ยงได้แน่ๆ ถ้าปฏิบัติตาม ไม่ว่าอากาศจะหนาวจัดหรือหนาวธรรมดา กรมอุตุฯ หน้าบานหรือหน้าแตก 1. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้เพียงพอและครบหมู่ ดื่มน้ำมากๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ และไม่ตรากตรำทำงานหนักเกินไป การรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง จะช่วยให้เราพร้อมสู้กับโรคภัยไข้เจ็บที่พบได้บ่อยในฤดูหนาว เช่น ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ รวมไปถึงไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 2. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่...

  • ระวังโรคใหม่! “ภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ไม่ใช่เอดส์”

    คนทั่วไปมักเข้าใจว่าโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจะต้องเกิดจากการติดเชื้อเอชไอวีหรือเชื้อเอดส์เท่านั้น แต่จริงๆ แล้วสามารถเกิดขึ้นได้หลายสาเหตุ อย่างโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ไม่ใช่เอดส์ซึ่งถือเป็นโรคใหม่ที่วงการแพทย์เพิ่งค้นพบ จากการวิจัยร่วมกันระหว่างแพทย์จากสถาบันสุขภาพแห่งชาติ ประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน ซึ่งผลการศึกษาในครั้งนี้เปรียบเหมือนกุญแจสำคัญ ที่ช่วยให้การรักษาของหมอเป็นไปอย่างถูกทิศทาง และแม่นยำ สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยให้รอดพ้นจากโรคร้ายได้มากขึ้น ศาสตราจารย์แพทย์หญิง เพลินจันทร์ เชษฐ์โชติศักดิ์ อาจารย์ประจำภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น ในฐานะหัวหน้าทีมวิจัยกล่าวว่า โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ไม่ใช่เอดส์ถือเป็นโรคค้นพบใหม่ อาการทางคลินิกต่างจากโรคเอดส์ รวมถึงมีความคล้ายคลึงกับโรคพุ่มพวงหรือโรคเอสแอลอี แต่ว่าโรคพุ่มพวงนั้น ร่างกายจะสร้างแอนติบอดี้มายับยั้งเซลล์ไต ทำให้ไตผิดปกติไม่เกี่ยวข้องกับโรคติดเชื้อ แต่โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องที่ไม่ใช่เอดส์...

  • อาหารกับการมีบุตร

    ที่ผ่านมา มีการพูดถึงอาหารบำรุงกาม หรืออาหารที่ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศกันอยู่เสมอ แต่ข้อมูลต่อไปนี้เป็นผลจากการวิจัยใหม่ๆ ซึ่งน่าสนใจและเกี่ยวพันไปถึงความพร้อมในการมีบุตรของเพศชาย มากกว่าจะช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศเพียงอย่างเดียว โดยผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า การลดปริมาณกาแฟ แอลกอฮอล์ เนื้อแดง และเพิ่มการรับประทานผลไม้ จะทำให้คุณผู้ชายทั้งหลายมีภาวะพร้อมสืบพันธุ์หรือพร้อมจะมีบุตรมากขึ้น การศึกษานี้มาจากประเทศบราซิล จากผู้ชาย 250 คนซึ่งกำลังได้รับการรักษาเกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ พบว่าคนที่ดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ พร้อมกับรับประทานอาหารที่ไม่ให้คุณค่าต่อร่างกาย จะทำให้ภาวะการสืบพันธุ์มีประสิทธิภาพน้อยลง นอกจากนี้การมีน้ำหนักตัวสูงเกินมาตรฐาน และการสูบบุหรี่ยังทำให้อสุจิมีการเคลื่อนไหวน้อยลงด้วย นอกจากผลการวิจัยในบราซิล นิตยสาร Third Age...

  • เตือนภัย…คนติดมือถือ

    ต้องยอมรับว่าเมื่อโลกหมุนมาไกลถึงยุคนี้ ผู้คนจำนวนมากทั้งเด็กและผู้ใหญ่ มีพฤติกรรมการเล่นโทรศัพท์มือถือบนเตียงนอนเป็นประจำ หรือจะเรียกว่าเล่นทั้งวันทั้งคืนก็ได้ ตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาตอนเช้าก็ต้องหยิบสมาร์ทโฟนมาเช็คโซเชียลมีเดีย ขณะเดินทาง ระหว่างกินข้าว ระหว่างทำงาน หรือแม้กระทั่งเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำ ก็ต้องมีมือถือติดไปด้วย จำนวนไม่น้อยแม้กระทั่งล้มตัวลงนอนในตอนกลางคืน ก็ต้องจับมือถือเป็นสิ่งสุดท้ายก่อนจะหลับตาลงได้ หรือบางคนเผลอหลับคาโทรศัพท์ไปเลยก็มี ซึ่งหลายคนไม่รู้หรือไม่ยอมรับรู้ ว่าพฤติกรรมแบบนี้กำลังคุกคามสุขภาพของเราอย่างไม่คาดคิด เนื่องจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือจะมีแสงสีฟ้า (Blue Light) ออกมากระทบการผลิตสารเมลาโทนินที่ช่วยควบคุมการหลับและตื่น ดังนั้นหากเล่นมือถือก่อนนอนมากกว่า 2 ชั่วโมง จะทำให้สมองที่ได้รับแสงสีฟ้าในเวลากลางคืนคิดว่าตอนนี้เป็นเวลากลางวัน ส่งผลให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท ขณะเดียวกันการเล่นโทรศัพท์ในเวลากลางคืนยังส่งผลเสียต่อสายตาอีกด้วย ทั้งนี้...

  • รู้ไว้ใช่ว่า…โรคจอประสาทตาเสื่อม

    “โรคจอประสาทตาเสื่อม” เกิดจากความเสื่อมในส่วนกลางของจอประสาทตา จะเกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น และเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ความสามารถในการมองเห็นลดลง แม้ว่าโรคนี้มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเรียกว่า “จอประสาทตาเสื่อมเนื่องจากอายุ” แต่ก็สามารถพบได้ในผู้ที่มีอายุน้อยเช่นกัน เนื่องมาจากพันธุกรรม โดยเฉพาะผู้ที่มีประวัติคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคนี้ โรคจอประสาทตาเสื่อมมี 2 ชนิด คือ “1.แบบแห้งหรือเสื่อมช้า” เป็นชนิดที่พบได้มากที่สุด โดยเซลล์จอประสาทตาจะค่อย ๆ เสื่อมไปอย่างช้า ๆ การมองเห็นจะลดลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น และ “2.แบบเปียกหรือแบบเร็ว”...

  • นิ่วในถุงน้ำดี…และวิธีป้องกัน

    “นิ่วในถุงน้ำดี” ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Gallstones” หรือ “Cholelithiasis” เป็นสารเคมีจากถุงน้ำดีที่เกิดการตกผลึก กระทั่งจับตัวเป็นก้อนนิ่วขึ้นมา อาจมีขนาดเท่าเม็ดทราย หรือมีขนาดใหญ่เท่าลูกปิงปองก็ได้ และอาจมีเพียงก้อนเดียว หรือเป็นร้อย ๆ ก้อนก็ได้เช่นกัน แม้ว่าเราจะไม่สามารถป้องกันนิ่วในถุงน้ำดีได้ 100% แต่ก็พอจะมีแนวทางลดความเสี่ยงการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีอยู่บ้าง ดังนี้ 1.พยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อ้วน 2.หากอ้วน ให้เลือกวิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ค่อย ๆ ลดน้ำหนักอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าหักโหมจนน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็ว...

  • กินถูกวิธี…ลดเสี่ยงมะเร็ง

    ทุกวันนี้ มะเร็งเป็นโรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับต้นๆ สาเหตุสำคัญมาจากการใช้ชีวิตที่ไม่ถูกสุขลักษณะ แม้แต่การกินก็ทำให้เสี่ยงได้ เราเลยมีการกินอย่างถูกวิธี 10 ข้อ มานำเสนอ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการหลีกเลี่ยงโรคมะเร็ง 1.รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ได้แก่ เนื้อสัตว์ชนิดต่างๆ แป้ง ข้าว เผือกมัน น้ำตาล ไขมัน และอาหารจำพวกผัก ผลไม้ ธัญพืช เป็นประจำ เพราะในผักและผลไม้บางชนิดมีสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเกิดโรคมะเร็งได้ 2.ควบคุมดูแลรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ...

  • วิ่งทุกวัน…ช่วยลดโรคและยืดอายุ

    หากคุณยังไม่เคยวิ่ง ไม่เคยคิดที่จะออกกำลังกายด้วยการวิ่ง หรือเคยวิ่งแต่มีเหตุให้ถอดใจมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ถึงเวลาต้องคิดใหม่ และรวบรวมแรงกายแรงใจออกมาวิ่ง เพราะผลวิจัยล่าสุดเผยว่า แค่วิ่งวันละ 5 นาทีเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงโรคร้ายได้มากมาย แถมยืดอายุขัยได้ไม่ต่ำกว่า 3 ปี  ดัค ชูล ดี.ซี.ลี (Duck-Chul D.C. Lee) หัวหน้าทีมวิจัยและผู้ช่วยศาสตราจารย์คณะวิทยาศาสตร์การเคลื่อนไหว มหาวิทยาลัยไอโอวา ได้เก็บสถิติของผู้ใหญ่อายุระหว่าง 18-100 ปี จำนวน 55,137...