“สายเหลือง” ห้ามพลาด !!! 5 เรื่อง ควรรู้เกี่ยวกับ “ประตูหลัง”

 

ว่าด้วยเรื่องของการรักร่วมเพศ เริ่มกลายเป็นที่ยอมรับกันมากขึ้นในสังคมไทย ซึ่งการรักร่วมเพศ (homosexuality) หรือ พฤติกรรมหลากหลายทางเพศ (multisexual) นั้น ปัจจุบันนี้ยังไม่มีรายงานทางด้านวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยฉบับไหนที่สามารถยืนยันได้แน่ชัดถึงสาเหตุของพฤติกรรมเช่นนี้ของมนุษย์ แต่ถึงแม้จะไม่มีงานวิจัยไหนสิ่งที่เหล่ารักร่วมเพศจะต้องมีคือ sex ซึ่งแน่นอนว่า วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจ 5 เรื่อง เกี่ยวกับประตูหลัง หรือ (รูทวาร) ที่กลุ่มชายรักชาย ต่างนิยมใช้เวลามีเพศสัมพันธุ์

 

 
1. รักทางประตูหลังไม่จำเป็นต้องล่วงล้ำ
ยังมีคนอีกเยอะที่ชอบถูกกระตุ้นทางประตูหลังโดยไม่มีการเกินเลยไปกว่านั้น โดยเฉพาะพวกผู้ชายแท้ ซึ่งเชื่อว่าการสอดใส่ทางนี้หมายถึงเป็นพวกชอบบริโภคถั่วดำ (ซึ่งไม่จริงค่ะ) เรากระตุ้นเร้าประตูหลังอย่างเปิดเผยได้หลายอย่าง เช่น ปลายนิ้ว เซ็กซ์ทอย น้ำพุ่งจากหัวฝักบัว หรือลิ้น…

 

 

2. จี-สปอตของผู้ชายอยู่เหนือช่องทวารขึ้นไป
มันจะอยู่เหนือขึ้นไป 5 ซม. บนผนังด้านในของช่องทวาร หรือที่เป็นต่อมลูกหมากนั่นเอง นอกจากนั้นยังถูกกระตุ้นได้ด้วยการนวดคลึงเส้นสองสลึง ซึ่งส่งผ่านความซาบซ่าน แต่การนวดมันโดยตรงอาจเพิ่มความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งต่อมลูกหมากได้

 

 

3. ไม่เจ็บอย่างที่คิด
ยกเว้นกรณีที่ทำไม่ถูกวิธีย่อมเจ็บแน่นอน ตามปกติกล้ามเนื้อส่วนนี้มักจะหดตัวเมื่อเจอสิ่งแปลกปลอม ควรรอให้กล้ามเนื้อผ่อนคลายเสียก่อนแล้วค่อยดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ที่สำคัญคือใช้สารหล่อลื่นเยอะๆ เพราะอวัยวะส่วนนี้ผลิตสารหล่อลื่นตามธรรมชาติอย่างน้องหนูไม่ได้ ดังนั้นย่อมต้องการตัวช่วยให้สถานการณ์ลื่นไหล ความเชื่อว่าเล่นรักทางนี้เจ็บมาจากคนที่ไม่ใช้สารหล่อลื่นช่วยกรุยทางนี่ละ

 

 

4. ใครๆ ก็ทำ
ในอีกหลายวัฒนธรรม ที่ยังถือว่าพรหมจรรย์เป็นสิ่งสำคัญหรือหาซื้ออุปกรณ์คุมกำเนิดยาก หรือขัดต่อศาสนา การมีอะไรกันทางประตูหลัง (ที่ไม่ใช่รักร่วมเพศ)ในฐานะที่เป็นวิธีหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์และรักษาความบริสุทธิ์ไว้จนถึงวันวิวาห์

 

 

5. สิ่งของอาจหลุดเข้าไปข้างในได้
กล้ามเนื้อส่วนนี้เป็นกล้ามเนื้อที่ยืดหดได้ มันอาจดูดสิ่งของแปลกปลอมเข้าไปข้างในลึกจนเอาออกยาก หรืออาจต้องถึงมือหมอให้ได้อับอาย เซ็กซ์ทอยที่ไว้ใช้กับช่องทางนี้จะมีด้ามจับเอาไว้ป้องกันไม่ให้เหตุการณ์กระอักกระอ่วนเช่นนี้เกิดขึ้น สามสิ่งที่ควรระวังคือ แปรงสีฟัน ลิปสติก และปากกา เพราะเคยมีกรณีสามอย่างนี้ถึงมือหมอมาแล้ว

 

 

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ในปัจจุบันยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดเกี่ยวกับสาเหตุของพฤติกรรมรักร่วมเพศในสังคม แต่การที่มีนักวิชาการในด้านต่าง ๆ ออกมาให้ความสนใจ และศึกษารูปแบบพฤติกรรมของบุคคลเหล่านี้มากขึ้น ก็เป็นการช่วยกระตุ้นให้บุคคลทั่วไปยอมรับและเปิดโอกาสให้กลุ่มคนเหล่านี้ได้แสดงทัศนติและมีสิทธิเท่าเทียมมากขึ้น