โรคทันสมัย Text Neck Syndrome

สำหรับคนที่กำลังเสพติดโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะท่องโลกโซเชียล ติดแชท หรือเล่นเกมอย่างหนัก แพทย์ได้ออกมาเตือนว่า การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน ๆ นอกจากจะมีปัญหาด้านสายตา อาจส่งผลกระทบต่อคอ ไหล่ และกระดูกสันหลัง ทำให้เกิดความเสี่ยงเป็นโรค Text Neck Syndrome
Text Neck Syndrome คือ “กลุ่มอาการปวดคอ” เจ็บปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ รวมไปถึงเกิดความเสื่อมของกระดูก ข้อต่อกระดูก และหมอนรองกระดูกบริเวณคอ ปัญหานี้มักจะเกิดจากการบาดเจ็บซ้ำซากบริเวณคอ จากการใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ นานเกินไป
คนที่เป็น Text Neck Syndrome จะปวดคอ บ่า ไหล่ หรือสะบัก เรื้อรังสะสม ในรายที่เป็นมากจะมีอาการชา ปวดร้าวจากคอไปถึงมือ หรือมีอาการอ่อนแรงของแขนและมือ โดยทั่วไปอาการผิดปกติดังกล่าว จะดีขึ้นชั่วคราวหลังจากผู้ป่วยกินยา หรือทำกายภาพบำบัด แต่จะกลับมาเป็นใหม่ เมื่อผู้ป่วยเริ่มใช้โทรศัพท์มือถือในลักษณะเดิมๆ อีก
ความรุนแรงของ Text Neck Syndrome มีหลายระดับ เริ่มตั้งแต่เล็กน้อยๆ คือมีการอักเสบของกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า สะบัก และหัวไหล่ ไปจนถึงระดับรุนแรง มีความเสื่อมของแนวกระดูก หรือหมอนรองกระดูกคอ ก่อให้เกิดการกดทับของไขสันหลัง หรือรากประสาทบริเวณคอ ทำให้เกิดอาการชาหรืออ่อนแรงของแขนและมือ
สาเหตุที่การใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานๆ ในแต่ละวัน ก่อให้เกิด Text Neck Syndrome นั้น เพราะขณะที่ใช้งานโทรศัพท์มือถือ ร่างกายจะอยู่ในอิริยาบถที่ไม่เหมาะสม นั่นคือ ศีรษะโน้มมาทางด้านหน้า ไหล่สองข้างห่อและก้มหลัง
การป้องกัน Text Neck Syndrome ทำได้โดยการปรับลักษณะนิสัยในการใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทางในการใช้งาน หรือระยะเวลาที่ใช้งาน ทุกคนควรพยายามให้ท่าทางของคออยู่ในแนวตรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ก้มหลังและไม่ห่อไหล่ ในขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถือ และมีการพักเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ ขณะที่ใช้โทรศัพท์มือถือต่อเนื่องเป็นเวลานาน
ส่วนการรักษาผู้ที่มีอาการ Text Neck Syndrome แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ

1. การรักษาอาการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น โดยใช้วิธีกายภาพบำบัด เช่น การคลายกล้ามเนื้อ การยืดกล้ามเนื้อ การสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อ และปรับท่าทางของร่างกายให้อยู่ในอิริยาบถที่เหมาะสม นอกจากนี้การใช้ยาเพื่อลดการอักเสบ ปวดคอ และคลายกล้ามเนื้อ ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน
สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงขั้นมีการเสื่อมของกระดูก หรือหมอนรองกระดูกคอ ร่วมกับการกดทับไขสันหลังหรือรากประสาท อาจต้องพิจารณาการรักษาโดยวิธีผ่าตัด
2. การป้องกันไม่ให้อาการกลับมาเป็นซ้ำอีก ทำได้โดยการปรับท่าทางของร่างกายในการทำกิจกรรมต่างๆ ให้อยู่ในท่าที่เหมาะสม และสร้างความเคยชินที่ถูกต้องในการใช้โทรศัพท์มือถือ ทั้งในแง่ของท่าทาง และระยะเวลาการใช้งาน
ขณะเดียวกัน การรักษาในกรณีที่มีความเสื่อมของกระดูก หรือหมอนรองกระดูกคอ ร่วมทั้งมีการกดทับของรากประสาทรุนแรง อาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งการผ่าตัดบริเวณกระดูกคอในปัจจุบัน สามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดแผลเล็ก และมีความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทต่ำมาก โดยใช้เครื่องมือพิเศษเข้ามาช่วย ทำให้การผ่าตัดแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น ซึ่งผลของการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพสูง จะทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบทั่วไป
 แม้จะเป็นโรคทันสมัย แต่หลีกหนีให้ไกลด้วยการป้องกันตัว ใช้โทรศัพท์มือถืออย่างถูกต้องและเหมาะสม ทั้งท่วงท่าและระยะเวลา ดีที่สุด