9 เคล็ดลับดูไวน์แพงแบบชาวบ้านดู

เรื่องของการดูไวน์ว่า “ขวดไหนดี ขวดไหนราคาแรง และขวดไหนมีรสชาติสุดยอดอมตะ” นั้น คุณเป็น “นักจ่ายมืออาชีพ” ปัญหาคงไม่เกิด เพราะ “ไวน์แพงคือไวน์ดี ไวน์มีศักดิ์ศรีจะต้องราคาแรง”
แต่ถ้าจู่ๆ คุณได้ไวน์มาฟรีๆ คุณจะรู้ดีได้อย่างไร ว่าไวน์ขวดนั้นราคาแพงขนาดไหน
ถ้าคุณเป็นเซียนเมรัยที่ “รู้จริงทุกสิ่ง รู้สิ้นทุกยี่ห้อ” หรือเป็นเกจิเมรัย รู้จักไวน์ทุกมุมโลก คุณก็สามารถวิเคราะห์แบบมืออาชีพได้ว่า ไวน์ขวดดังกล่าวเป็นไวน์เกรดสูงหรือเกรดต่ำ
แต่ถ้าคุณรู้เรื่องไวน์แบบ “งูๆ ปลาๆ เน็คๆ ฟิชๆ” และไม่มีโอกาสสอบถามจากกูรูไวน์คนไหนก็จงตัดสินใจแบบชาวบ้านดู ดังนี้
ดูราคาไวน์แบบกูรูเมรัย
เคล็ดลับที่ 1 ดูเขตของไวน์ เช่น ไวน์ฝรั่งเศสเกรดมาตรฐาน AOC (Appellation d’ Origine Cortrolee) ซึ่งมีทั้งหมด 380 AOC ไวน์ที่มาจากเขต AOC ยิ่งเล็กยิ่งมีคุณภาพและราคาแพง เช่น AOC Pauillac ไวน์ต้องมีราคาแพงกว่า AOC Bordeaux เป็นต้น
ไวน์อิตาลี ไวน์แคลิฟอเนียร์และไวน์ชาติอื่นๆ ก็เช่นกัน ยิ่งเขตเล็กเท่าใดก็ยิ่งมีราคาแพงกว่าใคร เช่น ไวน์จากเขต Napa Valley ย่อมแพงกว่าเขต North Coat เป็นต้น
เคล็ดลับที่ 2 ดูจากผู้ผลิตหรือยี่ห้อไวน์ ไวน์จากเขตเล็กๆ เหมือนกันแต่ยี่ห้อและผู้ผลิตแตกต่างกัน อาจมีราคาห่างกันราวฟ้ากับเหว เช่น ไวน์จากเขต AOC Pomerol ยี่ห้อ Chateau La Croix du Casse 2009 ราคาอยู่ที่ขวดละ 5,000 บาท แต่ไวน์จากเขต Pomerol ยี่ห้อ Chateau Petrus 2003 ราคาอยู่ที่ขวดละ 270,000 บาท
เคล็ดลับที่ 3 ดูปีเก็บเกี่ยว กูรูไวน์ส่วนใหญ่รู้จักปีเก็บเกี่ยวทั้งระดับ Great Vintages ระดับ Good Vintages และระดับ Poor Vintages ได้อย่างลึกซึ้งจึงวิเคราะห์ราคาไวน์ได้อย่างแม่นยำ เช่น เห็นไวน์ยี่ห้อ Chateau Mouton Rothschild ปีเก็บเกี่ยว 1984 ก็รู้ทันทีว่าราคาอยู่ที่ขวดละ 8,000 บาท แต่ถ้าเป็น Chateau Mouton Rothschild ปี 1982 ราคาอยู่ที่ขวดละ 80,000 ถึง 120,000 บาท เป็นต้น
เคล็ดลับที่ 4 ดูจากขบวนการผลิต ซึ่งบางครั้งจะระบุไว้ในฉลากข้างขวด เช่น ไวน์บ่มด้วยโอ๊กใหม่ Baerique) จะมีราคาแพงกว่าบ่มด้วยโอ๊กมือสอง เป็นต้น
เคล็ดลับที่ 5 ดูจากเกรดไวน์ ไวน์ที่มีศักดิ์ศรีถูกขึ้นบัญชีเป็น “เมรัยอรหันต์” จะมีราคาแพงกว่าไวน์ที่ไม่ใช่อรหันต์หรือเกรด Grand Cru Classe ที่มาจากเขตเดียวกัน เช่น ไวน์ฝรั่งเศสยี่ห้อ Chateau du Glana 2009 จากเขต AOC Saint Julien ราคาขวดละ 2,500 บาท แต่ยี่ห้อ Chateau Leoville Barton 2009 จากเขต AOC Saint Julien เหมือนกัน แต่เป็นเกรด Grand Cru Classe จะมีราคาอยู่ที่ 11,000 บาท เป็นต้น
ดูราคาไวน์แบบชาวบ้านดู
กรณีคุณไม่ใช่เกจิเมรัยและรู้เรื่องไวน์เพียงน้อยนิดอาจจะประเมินราคาไวน์แบบความรู้ระดับชาวบ้านดังนี้
เคล็ดลับที่ 1 ไวน์แพงต้องมีขวดหนาก้นลึก ซึ่งเป็นความเชื่อของคนซื้อไวน์ทั่วไป ไวน์แพงนั้นไซร้จะต้องไม่ใช่ไวน์ก้นเรียบ แต่จะต้องเป็นไวน์ “ก้นบุ๋ม ตูดลึก” และส่วนใหญ่ต้องใช้ขวดหนาที่เรียกว่า “Hard Bottle”
เคล็ดลับที่ 2 ดูจากฟอยล์ที่หุ้มคอขวดไวน์ จอมสังเกตทั้งหลายต่างระบุเป็นเสียงเดียวกัน ไวน์ดีมีศักดิ์ศรีราคาแพงนั้นฟอยล์ที่หุ้มคอขวด “ต้องไม่ใช่พลาสติก” ซึ่งมีราคาถูกๆ แต่จะเป็น “ดีบุก” ราคาแพง และมีการพิมพ์สัญลักษณ์ของไวน์ดังๆ บนฟอยล์ด้วย
เคล็ดลับที่ 3 ดูจากฉลากไวน์ ฉลากไวน์ฝรั่งเศสที่ค่อนข้างมีราคาจะมีรูปประสาทพิมพ์อยู่ที่ฉลากและยี่ห้อไวน์ขึ้นต้นด้วยคำว่า Chateau หรือคำว่า Domaine
ความเชื่อนี้ วันนี้ถูกแค่ 50% เพราะไวน์ฝรั่งเศสราคาถูกๆ ก็มีรูปประสาท แต่ขึ้นต้นด้วยคำว่า Chateau หรือ Domaine อย่างมากมาย
เคล็ดลับที่ 4 ดูจากคำบางคำที่อยู่ในฉลาก เช่น ไวน์จากฝรั่งเศส ดูคำว่า Chateau แล้วยังดูว่าเป็นเกรด Vin de Table หรือเกรด Vin de Pays หรือเกรด AOC และเป็นไวน์ของตนเองที่พิมพ์คำว่า Mis En Bouteille Au Chateau หรือไวน์ซื้อจากผู้อื่นมาบรรจุขวดใช้คำว่า Mis En Bouteille Par Chateau ขอให้จำคำว่า Au หรือ Par ก็พอแล้วจะรู้ความแตกต่างของราคา
เคล็ดลับที่ 5 ดูจากสีของฉลากไวน์ โดยเฉพาะไวน์โลกใหม่จะกำหนดเกรดไวน์และราคาถูกราคาแพงจากสีของฉลากค่อนข้างชัด โดยไวน์ฉลาก “สีดำ” จะมีราคาแพงที่สุด รองลงมาคือ “ฉลากสีทอง” โดยมีฉลากสีเหลืองและสีขาวราคาค่อนข้างถูก
เคล็ดลับที่ 6 ดูจากคำว่า Reserva หรือ Gran Reserva ที่ปรากฏในฉลาก ไวน์โลกใหม่ เช่น ไวน์ Chile ถ้าราคาถูกจะระบุแต่ยี่ห้อไวน์ ราคาแพงขึ้นมาจะมีคำว่า Reserva ถ้าแพงขึ้นมาอีกจะมีคำว่า Gran Reserva เป็นต้น
เคล็ดลับที่ 7 ดูจากไวน์ ไวน์ราคาถูกของหลายประเทศจะใช้ “ฝาเกลียว” เป็นจุกขวด ราคาแพงใช้จุกคอร์ก
ในขณะเดียวกันไวน์จุกคอร์กราคาถูก “ใช้เศษไม้มาอัดเป็นจุกคอร์กหรือใช้จุกคอร์กพลาสติก หรือจุกคอร์กวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “โพลีเมอร์”
ไวน์ราคาแพงใช้จุกคอร์กที่เป็นคอร์กแท้ทำจากต้น “คอร์กโอ๊ก” และไวน์ยิ่งราคาแพงจุกคอร์กยิ่งมีความยาวมากกว่าคอร์กทั่วไป
เคล็ดลับที่ 8 ดูจากดีกรีไวน์ ไวน์ที่มีดีกรีต่ำส่วนใหญ่มีคุณภาพโหลดเตี้ยตามดีกรี ไวน์ดีไวน์ราคาสูงมักจะมีดีกรีสูงด้วย เช่น ไวน์ 12 ดีกรี จะมีราคาถูกกว่า 13.5 ดีกรี เป็นต้น
เคล็ดลับที่ 9 ดูสีของไวน์ นักดื่มส่วนใหญ่จะเชื่อว่าสีของไวน์แดงยิ่งเข้มข้นจะมีคุณภาพและราคาเหนือกว่าไวน์สีจาง ความเชื่อเช่นนี้ถูกเพียง 50% เพราะปัจจุบันไวน์มีการปรุงแต่งสีให้เข้มข้นได้
นอกจาก 9 เคล็ดลับที่ดูแบบชาวบ้านแล้ว นักดื่มไวน์บางรายก็ยังคงเข้าใจเรื่องปีทอง (Great Vintages) อยู่บ้าง ดังนั้น เห็นไวน์ฝรั่งเศสขวดไหนเป็นปี 1982 1989 1990 2000 2005 2009 2010 และ 2015 เป็นต้องเชื่อว่ามีราคาแพงกว่าปีอื่นๆ