40 ข้อห้ามเมื่อคุณดื่มไวน์

การดื่มไวน์ให้ได้รสชาติเต็มตาชั่งเป็นเรื่องวุ่นวายกว่าการดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นๆ เพราะมีกฎเหล็ก ข้อบังคับ ข้อกำหนดและเคล็ดลับมากมายที่จะต้องนำมาใช้ร่วมกับการดื่ม แถมยังมี “ข้อห้าม” ที่บังคับไว้ว่า “อย่าทำ” อีกต่างหาก
ข้อเขียนนี้จะไม่กล่าวถึงข้อบังคับ ข้อกำหนดและเคล็ดลับทั้งหลาย แต่จะเขียนถึง “ข้อห้าม” เพื่อใช้เป็นข้อเตือนใจเมื่อคุณจะดื่มไวน์ว่า “อย่าทำ”
• ข้อห้ามเมื่อคุณดื่มไวน์มีดังนี้
• ห้ามใส่น้ำหอมกลิ่นฉุนๆ หรือมีกลิ่นหอมที่รุนแรงและเร้าใจออกจากบ้านไปดื่มไวน์ร่วมกับผู้อื่น เพราะกลิ่นหอมในกายคุณจะไปสั่งการกลิ่นหอมในแก้วไวน์จนม่องเท่ง ไม่เพียงแต่คุณจะไม่ได้กลิ่นของเมรัย คนนั่งข้างๆ คุณก็พลอยไม่ได้กลิ่นไวน์ไปด้วย
• ห้ามนั่งใกล้สาวเซ็กซี่ที่ฟุ้งน้ำหอม กรณีนี้การใส่น้ำหอมเกิดจากผู้อื่นซึ่งไม่ได้เกิดจากตัวคุณ ถ้าคุณอยากดื่มไวน์ให้อร่อย ต้องขยันหนีนารีสุดหอมผู้นั้นให้ห่างไกล
• ห้ามแปรงฟันด้วยยาสีฟันรสซาบซ่าก่อนไปดื่มไวน์ เพราะยาสีฟันที่มีรสจัดจ้านจะไปประหารชีวิตความอร่อยของไวน์ที่กลิ้งอยู่ในปากจนหมดท่า
• ห้ามดื่มไวน์เมื่อร่างกายไม่พร้อม เช่น ออกจากโรงพยาบาลมาใหม่ๆ หรือเจ็บป่วยและเป็นไข้จนปากขม เพราะร่างกายป่วยไข้จะทำให้รสชาติเมรัยป่วยตาม
• ห้ามดื่มไวน์เมื่อจิตใจไม่พร้อม เช่น เพิ่งตกงาน เพิ่งถูกศาลสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์ เพิ่งทะเลาะกับ ผบ.ทบ. (ผู้บัญชาการที่บ้าน) ขืนไปดื่มไวน์ดีมีราคาสุดแพง ไวน์ดีดังกล่าวจะพลอยมีรสชาติเศร้าหมองไปด้วย
• ห้ามดื่มไวน์ร่วมกับจอมชูชก เพราะชูชกจะซดไวน์เหมือนซดน้ำหรือดื่มไวน์แบบสามล้อถูกหวย ขืนไปร่วมดื่มกับชูชกเช่นนี้คุณก็จะพลอยเป็นชูชกไปด้วย
• ห้ามดื่มไวน์ในห้องที่คับแคบเท่ารูหนู แม้จะแต่งห้องให้หรูเริดมีรสนิยม แต่ต้องเบียดเสียดกับการขี่คอกันดื่ม ก็จะทำให้การดื่มไวน์ครั้งนั้นเป็นเกมอำมหิต
• ห้ามดื่มไวน์ในห้องที่อับเหม็น เพราะกลิ่นเหม็นของห้องจะพลอยทำให้กลิ่นไวน์เหม็นตามไปด้วย ยิ่งมีผู้หวังดีนำสเปรย์มาช่วยดับกลิ่น ก็ยิ่งจะทำให้ไวน์สับสน “ขอตายดีกว่า”
• ห้ามดื่มในห้องที่เก็บสารเคมี หรือเก็บยาปราบศัตรูพืช หรือในร้านขายอาหารสัตว์ หรือในโกดังที่เก็บสินค้าจนรก เพราะไวน์ที่ดื่มจะเลอค่าคลาสสิกเพียงไรก็จะถูกตุ๊บตั๊บจนต่ำเตี้ย
• ห้ามดื่มไวน์ในห้องที่มีเสียงอึกทึก เช่น ห้องซ้อมดนตรี โรงซ่อมรถมอเตอร์ไซค์ และโรงเลี้ยงเด็ก เป็นต้น
• ห้ามดื่มไวน์ในเธค ในผับ และในห้องอาหารคาราโอเกะที่มีแต่ความมืดสลัวและเสียงเพลงแผดจ้าจนไวน์ช็อก
• ห้ามดื่มไวน์ทันทีที่เปิดจุกคอร์ก เพราะไวน์ทุกขวดต้องเปิดให้หายใจสักพักก่อนรินแจกจ่ายให้ดื่ม อย่างน้อยควรเปิดทิ้งไว้ 15 นาที บางขวดต้องเปิดให้หายใจ 5 ชั่วโมง กลิ่นรสแห่งความหอมจึงจะมาได้ครบ
• ห้ามดื่มไวน์โดยเทอั๊กๆ จากขวดใส่ปาก หรือเทใส่จอกขันและกะลา เพราะรสชาติของไวน์จะฮวบหายไป 40%
• ห้ามรินไวน์ใส่แก้วเกินเศษหนึ่งส่วนสามของแก้ว เพราะจะทำให้ผู้ดื่มแกว่งแก้วไม่ได้ ดูสีไวน์ไม่ถนัด ดมกลิ่นไวน์ได้ไม่ครบถ้วนกลิ่น
• ห้ามเติมน้ำลงในไวน์อย่างเด็ดขาด รวมถึงห้ามเติมน้ำแข็ง โซดา เครื่องดื่มผลไม้และเครื่องดื่มชูกำลัง หรืออื่นๆ ลงในน้ำไวน์ เพราะจะทำให้ไวน์มีรสชาติขวดเป็นหมื่นเหลือแค่ร้อย เหมือนกับคุณนำเบนซ์ป้ายแดงราคาหลายสิบล้านไปทำเป็นรถขนขยะ
• ห้ามดื่มไวน์ในขณะที่เมรัยขวดดังกล่าวมีอุณหภูมิไม่เหมาะสม เช่น ร้อนจัดหรือเย็นจัด เพราะจะทำให้รสชาติของไวน์ที่เลอเลิศ “ถูกฝังกลบ” อยู่ใต้พิภพ ไวน์ที่จะดื่มจะต้องมีอุณหภูมิเหมาะสมกับชนิดของไวน์ ก่อนดื่มควรศึกษาเรื่องนี้เอาไว้
• ห้ามนำไวน์แดงระดับ Medium-Bodied ขึ้นไปแช่ในถังน้ำแข็งก่อนเสิร์ฟ โดยไวน์แดงบอดี้ระดับนี้ขึ้นไปต้องไม่แช่และดื่มในอุณหภูมิห้องที่เปิดแอร์ไว้แล้ว
• ห้ามดื่มไวน์แดงระดับคลาสสิกในที่กลางแจ้งของเมืองร้อน เช่น ประเทศไทย เพราะความร้อนอันจัดจ้านจะทำให้กลิ่นรสอันโอ่อ่าของเมรัยพลอย “หลบร้อน” ไปด้วย
• ห้ามดื่มไวน์คู่กับอาหารที่เป็นศัตรูกัน เช่น ไวน์ขาว Light Bodied ดื่มคู่กับนกผัดเผ็ดและเนื้อเก้ง เป็นต้น ย่อมจะทำให้ด้อยค่าทั้งไวน์และอาหาร เป็นการ “ตายหมู่ทั้งคู่” อย่างน่าเสียดาย
• ห้ามโวยวายในภัตตาคารระดับ 5 ดาวว่า “ถูกปล้น” เมื่อถูก “ดื่มไวน์ฟรี” เพราะถ้าคุณสั่งไวน์ในราคาขวดเป็นหมื่นเป็นแสนก็จะมี “ทองนัวเซอร์ (Connoisseurs) ประจำภัตตาคาร” หรือซอมเมอลิเยร์ (Sommelier) ประจำร้าน เปิดไวน์ของคุณแล้วรินดื่มเป็นคนแรก โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตคุณเพราะนั่นเป็นหน้าที่ของเขาที่จะ “ตรวจสอบ” ว่า ไวน์ราคาหฤโหดขวดดังกล่าว “มีปัญหาหรือไม่” เพื่อจะตัดปัญหาแต่ตนไม่ให้คุณโวยวายในภายหลังว่า “ไวน์เสีย” ดังนั้นขอเบี้ยวการจ่ายเงินค่าไวน์
• ห้ามยกแก้วขึ้นจากโต๊ะเพื่อรับการรินไวน์จากบริกร เพราะวัฒนธรรมของการรินไวน์ แก้วต้องตั้งอยู่กับที่บริกรจะรินไวน์จากขวดใส่ลงในแก้ว หรือรินไวน์ใส่แก้วแล้ววางบนถาดนำมาเสิร์ฟเหมือนงานค็อกเทล จะไม่มีการรินไวน์ใส่แก้วจากมือผู้ดื่ม
• ห้ามใช้แก้วใบเดียวจากการดื่มไวน์หลายๆ ขวด เพราะไวน์แต่ละขวดมีรสชาติไม่เหมือนกัน ถ้าใช้แก้วเดิมมาใส่ไวน์จากขวดใหม่จะทำให้รสชาติเคล้าคลอกันจนขาดเอกภาพของไวน์แต่ละยี่ห้อ
• ห้ามดื่มไวน์ตัวใหม่โดยยังไม่ได้ทำให้ปากเป็นกลาง เพราะรสชาติไวน์ตัวเก่าที่อยู่ในปากจะทำให้ไวน์ตัวใหม่เคล้าคลอกับรสชาติเดิมจนขาดเอกภาพ ดังนั้นจึงต้องดื่มน้ำหรือขบเคี้ยวขนมปังเพื่อให้กลิ่นรสของไวน์ตัวเก่าจางไปจากปาก แล้วจึงเริ่มดื่มตัวใหม่
• ห้ามดื่มไวน์ขาวที่ไม่ได้แช่เย็น อีกทั้งห้ามดื่มไวน์โรเช่ (Rose) หรือไวน์สดประเภทไวน์แดงหรือ Beaujolais Nouveau ที่ไม่ได้แช่เย็นอย่างเด็ดขาด แม้แต่ไวน์แดงประเภท Light-Bodied ก็ต้องแช่เย็นก่อนดื่ม
• ห้ามนำไวน์ที่จะเปิดดื่มไปไว้ใกล้เตาไฟหรือทิ้งไว้กลางแดด เพราะการพลิกผันอุณหภูมิไปมาก่อนดื่มไวน์เป็นต้นเหตุทำให้รสชาติเมรัยเป็นชาละวันรำเตี้ย
• ห้ามนำไวน์ขาว ไวน์โรเช่ และไวน์แดง Light-Bodied ใส่ในช่องแช่แข็ง เพราะเย็นเร็วเกินต้องการทำให้ “ไวน์ช็อก”
• ห้ามนำไวน์ที่จะดื่มในมื้อค่ำใส่ท้ายรถแล้วจอดตากแดดทั้งวัน ทำแบบนี้จะทำให้ไวน์สิ้นชีวิต เพราะไวน์อ่อนแอเท่าทารกวัย 4 ขวบ เด็กวัยนี้ถูกจับขังไว้ในรถที่ตากแดดทั้งวัน รับรองได้ “เสียชีวิตแน่ๆ”
• ห้ามดื่มไวน์ในขณะที่ท้องคุณอิ่มสุดๆ เพราะจะทำให้รสชาติเมรัยไม่ประทับใจเต็มร้อย เวลาที่ควรดื่มไวน์คือ ท้องไม่อิ่มเกินไปและไม่หิวเกินไป เวลาที่ร่างกายจะรับรสเมรัยได้เต็มตาชั่งคือ 11.15 น. เวลาที่รองลงมาคือ 18.00 น. ถึง 23.00 น.
• ห้ามดื่มไวน์ระดับวัดเรตติ้งโดยไม่มีฉากขาวอยู่หลังแก้ว เพราะผู้ดื่มต้องดูสี ดมกลิ่น และลิ้มรสไวน์อย่างถูกต้อง จึงต้องมีผ้าขาวหรือกระดาษขาวปูพื้นโต๊ะเป็นฉากหลังในการดูสีไวน์
• ห้ามดื่มไวน์กับจอมปล่องโรงสี การนั่งชิมไวน์กับสิงห์อมควัน กลิ่นเหม็นๆ ของควันบุหรี่จะรุมสกรัมจนกลิ่นรสของเมรัยต่ำเตี้ย ยกเว้นไวน์ Port ของโปรตุเกสที่อนุญาตให้สูบ Cigar ร่วมกับการดื่มไวน์พอร์ตได้
• ห้ามดื่มไวน์ในสถานที่ร้อนจัดหรือเย็นจัด จนร่างกายผู้ดื่มรับไม่ได้และจิตใจเริ่มหงุดหงิดจนหมดความหรรษากับการดื่มไวน์
• ห้ามดื่มสลับไปมาเป็นแดงบ้างขาวบ้างและหวานบ้าง การดื่มไวน์ที่ถูกต้องมีการเรียงลำดับตัวไหนมาก่อน ตัวไหนตามมา และตัวไหนจบท้าย
• ห้ามดื่มไวน์ด้วยปริมาณมากมายจนลิ้นตาย เพราะการเมามายจนเกินไปลิ้นจะไม่สามารถสัมผัสได้รสไวน์ที่แท้จริง
• ห้ามดื่มไวน์ในขณะที่คุณกำลังทำงานจนยุ่งเหยิง ควรดื่มในขณะที่คุณมีเวลาว่างๆ ต้องการพักผ่อนและเอ็นจอยกับไวน์ “เบอร์นาร์ด ซอร์” นักประพันธ์ชื่อดังของอังกฤษระบุไว้ว่า “Drink at Leisure” หรือจะดื่มไวน์ให้สุขสันต์ต้องดื่มในขณะที่มีเวลาว่าง
• ห้ามดื่มไวน์แพงต่อหน้าเจ้านาย ยิ่งราคาไวน์แพงเพียงไหนเท่ากับคุณ “ข่ม” นายให้ต่ำเตี้ยเพียงนั้น รับรองหน้าที่การงานและตำแหน่งของคุณเป็น “ชาละวันรำเตี้ย” แน่ แต่ถ้า “ซื้อไวน์แพงฝากเจ้านาย” อันนี้นายชอบๆ
• ห้ามดื่มไวน์ระดับอรหันต์กับสาวที่คุณจะแต่งงานด้วย หรือกับชายหนุ่มที่คุณตกลงปลงใจ เพราะอาจทำให้คุณค้นพบว่าอีกฝ่ายหลงไวน์มากกว่าตัวคุณ
• ห้ามดื่มไวน์ในงานที่ทุกคนดื่มเหล้า เพราะจะกลายเป็น “แกะดำ” ที่มีสิทธิ์ถูกหมั่นไส้จนมีรายการอื่นตามมา
• ห้ามดื่มไวน์สังขยา คือรินไวน์ เบียร์ และเหล้าในแก้วเดียวกัน
• ห้ามดื่มไวน์โดยใช้แก้วไม่ถูกต้อง เพราะแก้วแต่ละแบบล้วนกักเก็บความหอมและความโอชะของกลิ่นรสเมรัยไม่เหมือนกัน ถ้าใช้แก้วผิดไปกับชนิดของไวน์ ความอร่อยหายไปครึ่งต่อครึ่ง
• ห้ามดื่มไวน์กับคนไม่รู้ใจ ขืนดื่มด้วยกันไปอาจเปลืองทั้งไวน์ เปลืองทั้งตัว และเปลืองใจ “………” มังกรน้ำหมึกผู้ยิ่งใหญ่กล่าวไว้ว่า “จงร่วมจอกกับคนที่รู้ใจ ถ้าหาคนรู้ใจร่วมจอกไม่ได้ให้เชิญพระจันทร์บนฟ้ามาร่วมจอก”