ผ่าอาณาจักรเบียร์ ตอนที่ 13

ผ่าอาณาจักรเบียร์ได้เดินทางมาถึงตอนสุดท้ายหรือตอนจบแล้วครับ ใครชอบสไตล์ไหนเป็นพิเศษ ย่อมแล้วแต่รสนิยมและลิ้นของแต่ละปัจเจกบุคคล

“64 Triple หรือ Tripel” คำว่า Tripel เป็นภาษาดัทช์ของชาวฮอลแลนด์แปลว่า “เบียร์แรง” โดยเจาะจงถึงเบียร์ประเภท “Trappist” หรือ “เบียร์ของเตมีย์ใบ้” ที่ผลิตออกมาอย่างเข้มข้น ทั้งดีกรี กลิ่นรสของฮอพและกลิ่นรสหอมอื่นๆของเบียร์ ถ้าเปรียบเทียบกับอาหารก็คือ “อาหารรสจัด” เช่นอาหาร “Cajan” ในเมืองนิวออลีน เป็นต้น
แน่นอน Triple หรือ Tripel ก็คือ Trappist Beer เป็นระดับ Trappist Strongest

“68 Urquell” คำนี้เป็นภาษาเยอรมันหมายถึง Orginal Source หรือเป็นเบียร์ยี่ห้อแรกของเบียร์แต่ละสไตล์ เช่น เป็นยี่ห้อแรกของ Lager Beer ก็จะถูกเรียกว่า Lager Urquell หรือ Pilsner Urquell จาก Czech Republic ย่อมหมายถึงเบียร์ Pilsner ยี่ห้อแรกของสาธารณรัฐเช็ก เป็นต้น

“69 Vienna” คำว่า Vienna ในภาษาเบียร์หมายถึงลาเกอร์เบียร์สีอำพันทอง (Amberred Lagers Beer) โดยถือเป็นเบียร์ Lager Beer ที่แปลกกว่าลาเกอร์ทั้งหลาย เพราะปกติ เบียร์ลาเกอร์จะมีสีทองสดใสและสีเหลืองอ่อนๆ ไม่ได้มีสีเหลืองเข้มข้นเป็นสีอำพันทอง
ผู้ให้กำเนิดเบียร์ลาเกอร์สีเข้มข้น หรือ Vienna Beer เป็นเจ้าแรก ได้แก่ โรงเบียร์Austrian Brewing ยุคนาย Anton Dreker เป็นเจ้าของ
ปัจจุบัน เบียร์สไตล์ Vienna มีการผลิตทั่วไป โดยโรงเบียร์ Marzen Beer ในเยอรมัน ผลิตเบียร์สไตล์นี้ได้มากที่สุด

“70 Weisse หรือ Weizen” เป็นเบียร์ที่ใช้วัตถุดิบสองชนิดผสมกัน ได้แก่ ข้าวสาลี (Wheat) และมอลต์ (Malt) มาทำการหมักเป็นเบียร์ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในเเคว้น Bavaria ของเยอรมัน มักจะใช้ดื่มกันในช่วงฤดูร้อน ต้นตำรับเป็นเบียร์น้ำขุ่น เพราะไม่ได้กรองด้วยฟิลเตอร์ แต่ปัจจุบันมีผู้ผลิตเบียร์ชนิดโดยกรองให้สีใส เหมือนเบียร์ Lager ทั่วไป
Weizen เป็นเบียร์สไตล์ลาเกอร์ที่เข้มข้น มีแรงแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 6.5 ดีกรีขึ้นไป
โรงเบียร์ที่เป็นหัวหอกในการผลิตเบียร์สไตล์นี้ ได้แก่ โรงเบียร์ Kindl และโรงเบียร์ Schultheiss ในเยอรมัน

“71 Witbier” เป็นเบียร์ข้าวสาลี (Wheat) ที่มีสีค่อนข้างจางของเบลเยียมและฝรังเศส ในภาษาฝรั่งเศสเรียกเบียร์ชนิดนี้ว่า “Bieres Blanches” โดยใช้วัตถุดิบต่างไปจากเบียร์เบลเยียม ด้วยการใช้ข้าวสาลี 50% และใช้ผิวส้มเขียวหวาน 50% โดยส้มเขียวหวานต้องมาจากเกาะ Curacao ในทะเลคาริบเบี้ยน ซึ่งถือเป็นส้มเขียวหวานที่อร่อยที่สุดในโลก
ทั้ง Witbier ของเบลเยียมและ Bieres Blanches ของฝรั่งเศส บางครั้งถูกเรียกว่า Tarwebier โดยโรงเบียร์ที่ผลิตเบียร์สไตล์นี้ได้มากที่สุด คือ โรงเบียร์ Hoegarden ในเบลเยียม

“72 เบียร์หายากหรือ Rare Beer” เบียร์ประเภทสุดท้ายและท้ายสุดที่จะแนะนำคือ “เบียร์หายาก” ซึ่งปกติมีด้วยกันทุกภาษาชาติ อย่างเช่น สาโท (น้ำขาว) และกระแช่ของไทยก็เป็นเบียร์หายาก เพราะมีการผลิตเฉพาะในไทยและในลาว
แม้เบียร์หายากจะมีมากมาย แต่เบียร์ 3 สไตล์นี้เป็นเบียร์ที่ฝรั่งอั๊งม่อค่อนข้างรู้จัก ได้แก่ 1. Steam Beer จากแคลิฟอร์เนีย 2. Smoked Beer จากแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน และ 3. Ice Bocks Beer จากแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน เช่นกัน

เบียร์หายากประเภท San Francisco Steam Beer ปกติเบียร์นี้มีหลายประเภท ในเยอรมัน มีประเภท “Dampf Bierbrauered”​ เป็นพวกเบียร์น้ำเดือด
Steam Beer ในแคลิฟอร์เนีย กำเนิด ในยุค 1890 ซึ่งเป็น “ยุคตื่นทอง” นักขุดทองทั้งหลายซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเม็กซิกันต่างทำกินกันในเหมืองทอง โดยนำน้ำ Lager Beer มาผสมกับ Ale Beer ซึ่งทั้งสองเบียร์มียีสต์ต่างกันคนละขั่ว ได้แก่ “ยีสต์จม” มาผสมกับ “ยีสต์ลอย” แล้วนำไปต้มให้เดือด เมื่อเบียร์เย็นลงแล้วบรรจุในขวดพอเปิดออกดื่ม เบียร์จะมีฟองฟู่และส่งเสียงดังเหมือน “ไวน์มีฟอง” แตกต่างไปจากเบียร์ทั้งหลาย
Steam Beer ในแคลิฟอร์เนียนั้น ปัจจุบันมีผู้ผลิตเพียงเจ้าเดียวคือ โรงเบียร์ Ancdor Brewery
เบียร์หายากประเภท Smoked Beer บุคลิกของน้ำเบียร์เป็นไปตามชื่อคือ “หอมกลิ่นควันไฟ” ซึ่งผิดกับกลิ่นรสของเบียร์ทั่วไปที่ “หอมมอล์ต” แต่ไม่มีกลิ่นของควันไฟ
การผลิตเบียร์ชนิดนี้ ขณะคั่วข้าวมอล์ตต้องใช้ฟืนสดๆที่มีควันไฟคละคลุ่งในขณะคั่วโดยต้องคั่วมอลต์ให้ค่อนข้างไหม้หรือค่อนข้างเกรียม จึงทำให้น้ำเบียร์มีสีดำกว่าเบียร์ทั่วไปบวกกับกลิ่นควันไฟที่มีเสน่ห์
Smoked Beer กำเนิดในเมือง Franconia แห่งแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน ปัจจุบันมีโรงเบียร์ Kaiserdom ผลิต Smoked Beer ยี่ห้อ Rauchbier ซึ่งคนต่างชาติมักเรียกชื่อว่า Smoked Bavarian Dark Beer
เบียร์หายากประเภท Ice Bock เป็นเบียร์ที่กำเนิดในแคว้นบาวาเรียของเยอรมัน โดย Ice Beer แตกต่างจาก Ice Beer ของแคนาดา โดย Ice Beer ของแคนาดาผมได้อธิบายไว้ในสไตล์ที่ 29 ไปแล้ว
สำหรับ Ice Bock ของเยอรมัน ไม่ได้เกิดจากนำเบียร์ไปแช่แข็ง แล้วให้ละลาย “ยอดน้ำเบียร์” มาทำ Ice Beer แต่ Ice Bock ใช้หมักเบียร์ในอุณหภูมิต่ำมาตั้งแต่เริ่มผลิตแล้วค่อยๆ Fermentation จนกลายเป็นเบียร์ดีกรีสูงประมาณ 13 ดีกรีขึ้นไป ดังนั้นจึงถูกเรียกอีกชื่อว่า Double Bock
จากสไตล์เบียร์ทั้ง 72 สไตล์ เบียร์ที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกมี 2 ตระกูลคือ Lager Beer และ Ale Beer ในอดีต เยอรมันเป็นเจ้าเเห่ง Lager และผลิตเบียร์ออกมามากที่สุดในโลก จนได้ฉายาเมืองเบียร์ แม้แต่นักเตะลูกหนังที่ลงแข่งบอลโลก ก็ยังถูกเรียกเป็น “นักเตะจากเมืองเบียร์”
แต่ปัจจุบัน ตำแหน่งแชมป์ผู้ผลิตเบียร์ได้มากที่สุดของโลกคือประเทศสหรัฐอเมริกา และประชากรที่บริโภคเบียร์เป็นอันดับหนึ่งของโลกคือ “ชาวเช็ก”
ขอนำตัวเลขปี ค.ศ. 1993 มาสำแดงให้เห็นดังนี้
20 Top Brewing Nations
อันดับ 1. สหรัฐผลิตปีละ 23,751 ล้านลิตร อันดับ 2. จีนผลิตได้ 12,262 ล้านลิตร อันดับ 3. เยอรมันผลิตได้ 11,553 ล้านลิตร อันดับ 4. ญี่ปุ่นผลิตได้ 6,907 ล้านลิตร อันดับ 5. บราซิลผลิตได้ 5,706 ล้านลิตร อันดับ 6. อังกฤษผลิตได้ 5,674 ล้านลิตร อันดับ 7. เม็กซิโกผลิตได้ 4,095 ล้านลิตร อันดับ 8. รัสเซียผลิตได้ 2,453 ล้านลิตร อันดับ 9. สเปนผลิตได้ 2,434 ล้านลิตร อันดับ 10. แอฟริกาใต้ผลิตได้ 2,261 ล้านลิตร อันดับ 11. แคนาดาผลิตได้ 2,211 ล้านลิตร อันดับ 12. ฝรั่งเศสผลิตได้ 2,084 ล้านลิตร อันดับ 13. ฮอลแลนด์ผลิตได้ 2,043 ล้านลิตร อันดับ 14. ออสเตรเลียผลิตได้ 1,811 ล้านลิตร อันดับ 14. (เท่ากับออสเตรเลีย)สาธารณรัฐเช็คผลิตได้ 1,811 ล้านลิตร อันดับ 16. (อันดับ15ไม่มี) เวเนซูเอล่าผลิตได้ 1,611 ล้านลิตร อันดับ 17. เกาหลีใต้ผลิตได้ 1,542 ล้านลิตร อันดับ 18. เบลเยี่ยมผลิตได้ 1,470 ล้านลิตร อันดับ 19. โคลัมเบียร์ผลิตได้ 1,452 ล้านลิตร และอันดับ 20. ยูเครนผลิตได้ 1,420 ล้านลิตร
20 Top Beer Pring Nations เฉลี่ยต่อคนในรอบหนึ่งปี ​(ทุกเพศวัย)
อันดับ 1. สาธารณรัฐเช็กดื่มคนละ 155.3 ลิตร อันดับ 2. เยอรมันดื่ม 138.0 ลิตร อันดับ 3. เดนมาร์กดื่ม 126.4 ลิตร อันดับ 4. ไอร์แลนด์ดื่ม 123.0 ลิตร อันดับ 5. ออสเตรียดื่ม 116.7 ลิตร อันดับ 6. เบลเยี่ยมดื่ม 108.1 ลิตร อันดับ 7. นิวซีเเลนด์ดื่ม 102.5 ลิตร อันดับ 8. อังกฤษดื่ม 101.0 ลิตร อันดับ 9. สโลวาเนียดื่ม 100.3 ลิตร อันดับ 10. ออสเตรเลียดื่ม 97.5 ลิตร อันดับ 11. ฟินเเลนด์ดื่ม 86.1 ลิตร อันดับ 12. สหรัฐอเมริกาดื่ม 85.5 ลิตร อันดับ 13. ฮอลแลนด์ดื่ม 85.2 ลิตร อันดับ 14. ฮังการีดื่ม 77.0 ลิตร อันดับ 14 .เวเนซูเอล่าดื่ม 77.0 ลิตร (สถิติเท่ากับฮังการี) อันดับ 16. (อันดับ15ไม่มี) แคนาดาดื่ม 68.3 ลิตร อันดับ 17. สเปนดื่ม 67.0 ลิตร อันดับ 18. สวิตเซอร์แลนด์ดื่ม 65.5 ลิตร อันดับ 19. โปรตุเกสดื่ม 64.1 ลิตร และอันดับ 20. สวีเดนดื่ม 63.7 ลิตร ไทยไม่ติดอันดับนะครับ