Bugatti Chiron สุดยอดยนตรกรรม 1500 แรงม้า

Bugatti ค่ายรถยนต์ซูเปอร์คาร์จากยุโรป ที่เป็นส่วนหนึ่งของทาง Volkswagen นั้น เคยสร้างความฮือฮามาแล้วเมื่อทศวรรษที่ผ่านมาด้วยการผลิตรถยนต์ไฮเปอร์คาร์ในรุ่น Veyron และเคยได้รับการบันทึกลงกินเนสบุ๊คว่าเป็นรถโปรดักชั่นที่เร็วที่สุดในโลก ด้วยสถิติความเร็วสูงสุด 431.072 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อปี คศ 2013 มมาแล้ว แต่เท่านั้นยังไม่พอครับ ท่านประธาน Ferdinand Piech ประธาน Volkswagen ได้ทำการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในนาม Bugatti Chiron และโชว์ตัวหรูหราอลังการกันไปแล้วที่งานเจนีวา มอเตอร์โชว์เมื่อปีที่ผ่านมา
เจ้า Bugatti Chiron นี้จะมาสานต่อความสำเร็จและแน่นอนที่สุดจะมาสานต่อความแรง ความเร็วจากรุ่น Veyron แน่นอน โดยโฉมใหม่นั้นมาพร้อมเครื่องยนต์ที่แรงขึ้นกว่าเดิม รวมถึงโครงสร้างแบบคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาทั้งคัน ไฮไลท์เด็ดของ Chiron ต้องยกให้เครื่องยนต์เบนซิน W16 ความจุ 8.0 ลิตร พ่วงเทอร์โบชาร์จเจอร์จำนวน 4 ลูก ให้กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า (PS) ที่ 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 1,600 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 – 6,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติแบบคลัทช์คู่ 7 สปีด ย้ำนะครับ ว่าเขียนไม่ผิด มันมีกำลังมากถึง 1,500 แรงม้า
และเมื่อมันมีสเปกเครื่องยนต์แรงจัดขนานนั้น เจ้า Bugatti Chiron จึงสามารถทำความเร็ว จาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2 วินาที เท่านั้น ส่วนความเร็วสูงสุดก็ทำได้ถึง 463 กม./ชม. ซึ่ง ณ เพลานี้ ปัจจุบันนี้ แม้กินเนสยังไม่ได้ไปบันทึกใหม่ แต่แน่นอนว่า มันก็ถือว่าเป็นรถไฮเปอร์คาร์ที่เร็วเป็นอันดับต้นๆ ในโลกเลยก็ว่าได้ นอกจากนั้น Bugatti Chiron ยังมีสถิติความเร็ว 0-200 กม./ชม. ทำได้ในเวลาไม่ถึง 6.5 วินาที และ 0-300 กม./ชม. ทำได้ในเวลาไม่ถึง 13.6 วินาที อีกด้วย ซึ่งถือว่าเร็วกว่ารุ่น Veyron อย่างเห็นได้ชัด
ตัวเลขสถิติตามสเปกนั้น ก็ได้ถูกทำการทดสอบอีกต่างหากครับ และผู้ที่มีความสามารถและใจถึงพึ่งไปจับพวงมาลัยได้นั้น ก็เป็นทางอดีตนักแข่งรถชือดังคือ Juan Pablo Montoya เจ้าของแชมป์รถสูตรหนึ่ง ฟอร์มูล่า วัน จากรายการ Monaco Grand Prix แชมป์รายการ Indy 500 สองสมัย และแชมป์รายการ 24 hours of Daytona สามสมัยนั้นเอง
โดยที่ Montoya นั้น สามารถทดสอบความเร็ว ได้ออกเป็น 4 ตอนด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ไปจนถึงความเร็วที่เกือบจะเป็นความเร็วสูงสุดที่ 400 กม./ชม. ได้ผลออกมาดังนี้ความเร็ว 0 – 100 กม./ชม. (62 ไมล์/ชม) ทำได้ในเวลา 2.4 วินาที ช่วง 0 – 200 กม./ชม. (124 ไมล์/ชม) ทำได้ใน 6.1 วินาที ความเร็ว 0 – 300 กม./ชม. (186 ไมล์/ชม) ทำได้ใน 13.1 วินาที และช่วงสุดท้าย 0 – 400 กม./ชม. (249 ไมล์/ชม) Montoya หวดเจ้าBugatti Chiron ไปได้ในเวลา 32.6 วินาที เท่านั่น ซึ่งหากใครอยากชมคลิปการทดสอบ ก็ลองไปค้นหาดูกันได้ใน Youtube ครับ
ที่นี้มาดูที่ลักษณะทั่วไปของรถกันบ้าง เป็นแนวคิดมาจาก หลุยส์ ซัวเนส วิศวกรหนุ่มที่ต้องการออกแบบรถมาเพื่อที่แข่งกับซูเปอร์จากหลายๆค่าย ตัวรถออกแบบให้ใช้สองสี (Two Tone) ตัวถังโมโนค็อกทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซับเฟรมทำด้วยอะลูมิเนียม เปลือกตัวถังทำจากอะลูมิเนียมและคาร์บอนไฟเบอร์ อย่างไรก็ดี Chiron ถูกพัฒนาให้มีขนาดตัวถังเพิ่มขึ้นจาก Veyron ในทุกมิติ โดยมีความยาวเพิ่มขึ้น 82 มิลลิเมตร กว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร โดยสูงขึ้น 53 มิลลิเมตร รวมถึงหนักขึ้นกว่าเดิมอีก 155 กิโลกรัม ทำให้ Chiron มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 1,995 กิโลกรัม
และเมื่อมีการพัฒนาปรับแต่งมาใหม่ จึงทำให้ เจ้า Bugatti Chiron ยังช่วยประหยัดเชื้อเพลิงได้ยอดเยี่ยมกว่า Bugatti Veyron รุ่นเดิม ซึ่งจะอยู่ที่ 23.1 ลิตร/100 กิโลเมตร ส่วน Chiron จะใช้เชื้อเพลิงเพียง 20 ลิตร/100 กิโลเมตร ได้ด้วย ประโยชน์อันนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีประโยชน์มากน้อยขนาดไหนก็รถระดับนี้
Bugatti จะจำกัดการผลิตเอาไว้ที่ 500 คันเท่านั้นในรุ่นนี้ ฉะนั้นใครสนใจอยากได้เจ้า Bugatti Chiron ไว้ครอบครองก็ต้องตัสินใจเร็วกันหน่อยครับ เพราะผ่านมาไม่กี่เดือน มันถูกจับจองจากการผลิตตามออเดอร์ไปแล้วกว่า 150 คัน ส่วนราคาจำหน่ายของ Bugatti Chiron อยู่ที่คันละ 2.4 ล้านปอนด์ หรือราว 120 กว่าๆล้านบาท ตัวเลขนี้ยังไม่นับรวมภาษีนำเข้า ซึ่งอาจจะต้องบวกเพิ่มไปอีกประมาณ เท่าหนึ่ง