TOYOTA C-HR HYBRID Crossover SUV

แม้จะมีตัวชูโรงที่จับจองพื้นที่ทางการตลาดรถยนต์หลากหลายประเภทอยู่แล้ว แต่ด้วยกระแสความนิยมในความอเนกประสงค์ของรถยนต์ประเภท Crossover SUV ที่มีอย่างต่อเนื่องในช่วงสองสามปีนี้ ทำให้ค่ายยักษ์ใหญ่ของเอเชียอย่างโตโยต้าเองก็หยุดนิ่งที่จะพัฒนารถยนต์ประเภทนี้ไม่ได้เช่นกัน ล่าสุดหลังจากมีข่าวการเปิดตัวจากญี่ปุ่น ประเทศแม่ได้ไม่นาน สเปกรถยนต์ Crossover SUV ในชื่อของ TOYOTA C-HR ก็ทยอยเปิดตัวออกมาให้ได้ยลโฉมพร้อมราคาจำหน่ายที่จับต้องได้ในประเทศไทยกันแล้ว ต้องบอกก่อนว่า ในพื้นที่การตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กของไทยนั้น ค่ายอื่นๆ อย่าง ฮอนด้า มาสด้านั้น มีตัวขายที่มาก่อน ขายไปก่อนโตโยต้ากว่าปีแล้ว ฉะนั้นเจ้า TOYOTA C-HR คันนี้ จึงต้องมีอะไรดีมานำเสนอแน่นอน TOYOTA C-HR เป็นรถ Crossover SUV ขนาดเล็ก 5 ที่นั่ง มิติตัวรถมีขนาด ยาว x กว้าง x สูง 4,360 X 1,795 X 1,565 มม. คำว่า C-HR นั้น ย่อมากจากคำเต็มๆว่า Coupe High Rider จึงมีรูปลักษณ์ที่ออกไปในแนวสปอร์ตครอสโอเวอร์เล็ก การออกแบบมาเพื่อตอกย้ำแนวคิดการสร้างยนตกรรมที่ดียิ่งกว่า ด้วยดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงของเพชร ทำให้รูปลักษณ์ของ C-HR มีความเป็นเอกลักษณ์ สปอร์ต เฉียบคม โดดเด่นและเพียบพร้อมไปด้วย 4 เทคโนโลยีใหม่  4 นวัตกรรมใหม่ของโตโยต้าที่อยู่ในเจ้า TOYOTA C-HR นั้น มีอะไรบ้าง เราคงต้องไปดูกัน อย่างแรกข้อนี้ ผมถือเป็นจุดเด่นของการพัฒนาระบบ HYBRID เจเนอเรชันใหม่ที่เคลมว่าประหยัดน้ำมัน และทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ข้อนี้มันตรงคอนเซ็ปต์ลดสภาวะโลกร้อนจากการปล่อยสารพิษ อย่างที่สองเป็นเรื่องของสถาปัตยกรรมโครงสร้างยานยนต์ใหม่ TNGA ที่พัฒนาเพื่อให้ได้มาซึ่งสมรรถนะการขับขี่ พร้อมระบบ TOYOTA SAFETY SENSE ที่สุดแห่งมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก ที่เป็นทั้งการปกป้องและป้องกันในเวลาเดียวกันเป็นข้อสาม ส่วนเรื่องที่สี่นั้นเป็นระบบ TELEMATICS เทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อันนี้เหมือนจะถูกใจคนไทย ใช้กันหมดหรือใช้กันบ้างหรือป่าวก็ไม่ทราบ ไปดูรายละเอียดภายนอกกันก่อนตัวบอดี้นั้นดูสปอร์ตงามมาก ถูกออกแบบให้มีจุดศูนย์ถ่วงตัวรถต่ำ ลดอาการโคลงของตัวรถช่วยเรื่องการทรงตัวและการเข้าโค้งดีขึ้น และออกแบบตัวรถให้เหมาะกับสรีระผู้ขับขี่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัย ลดจุดอับสายตา ตัวไฟหน้ามาแบบโปรเจคเตอร์ มีเส้นสายยาวจากโลโก้ ล้ำสมัย มีระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำ แบบอัตโนมัติพร้อมไฟ DAY LIGHT ส่วนไฟท้ายมีรูปทรงบูมเมอแรงแบบ Full LED รมดำ ด้านหลังรถตรงที่เปิดฝาท้ายกระโปรงมีติดกล้องถอยหลังมาให้ ตัวล้อแม็กอัลลอยเป็นขนาด 17 นิ้ว มีสปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และเสาอากาศแบบครีบฉลาม มาถึงระบบเครื่องยนต์กันต่อ ใช้งานเครื่องยนต์รหัส 2ZR-FXE ขนาด 1.8 ลิตร ใช้เทคโนโลยีระบบการเผาไหม้แบบ Atkinson CyCle พร้อมระบบ VVT-i ทำงานร่วมกับเกียร์ E-CVT ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ที่ผสานการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบไฮบริดเพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลต่อเนื่อง โดยตัว CPU ( Control Unit) ระบบควบคุมการทำงานเครื่องยนต์มีการพัฒนาให้ระบายความร้อนได้ดีขึ้น ช่วยให้ควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นตัวแบตเตอรี่ใหม่ก็มีขนาดเล็กลง เก็บประจุไฟฟ้าได้เร็วขึ้น และสามารถจ่ายไฟให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาระบบระบายความร้อนใหม่ ทำให้มีความทนทานและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น  TOYOTA C-HR ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 24.4 กม./ลิตร สามารถแปลงพลังงานส่วนเกินให้เป็นพลังงานไฟฟ้าสะสมเก็บไว้ใช้ได้ต่อเนื่อง โดยสามารถปรับโหมดการขับขี่รถยนต์ได้ตามความเหมาะสม อย่างเช่นโหมด EV MODE ระบบจะใช้กำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าสำหรับเดินทางในความเร็วต่ำอย่างเงียบสนิท หรือ SPORT MODE ระบบจะเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และตอบสนองอัตราเร่งได้ดียิ่งขึ้น สุดท้ายก็ต้องมีโหมด ECO MODE ระบบนี้จะช่วยลดการใช้พลังงานที่สิ้นเปลือง โดยปรับการทำงานของเครื่องยนต์และเครื่องปรับอากาศให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับภายใน ข้อนี้ต้องบอกว่า ตัวรถถูกออกแบบมาแบบสปอร์ตคาร์ จะให้กว้างขวางใหญ่โตแบบ Super Sedan ก็คงไม่ใช่นะ ภายในจึงแลดูกระชับด้วยคอนโทรลสีดำ เบาะคู่หน้าทรงสปอร์ตพร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้าด้านคนขับ (Lumbar Support) พวงมาลัยมีการปรับจูนใหม่ ตอบสนอง แม่นยำมากขึ้นเพื่อให้การควบคุมรถง่าย เป็นไปอย่างมั่นใจ โดยมีมาตรวัดแบบ Optitron พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 4.2 นิ้ว ยังไม่พอยังมีหน้าจอระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว และเครื่องเล่น DVD/CD/MP3/WMA พร้อมช่องเชื่อมต่อ USB/HDMI/MICRO SD CARD พร้อมระบบนำทาง รองรับเทคโนโลยี TELEMATICS  ระบบ TELEMATICS เป็นระบบเชื่อมต่อรถกับคุณให้เป็นหนึ่งเดียว ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต ตอบรับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคุณ โดยระบบจะเชื่อมต่อรถยนต์ด้วยเครือข่ายโทรศัพท์มือถือกับแอพพลิเคชั่น T-CONNECT & FIND MY CAR ให้คุณมั่นใจมากขึ้น สามารถแจ้งเตือนผ่าน Notification เมื่อรถถูกสตาร์ท หรือเคลื่อนที่ เช็คตำแหน่งรถของคุณผ่านแอพพลิเคชั่น Find My Car หรือ Apple Watch ได้ นอกจากนั้นยังสามารถกระจายสัญญาณ Wi-Fi เชื่อมต่อความบันเทิงออนไลน์ ได้พร้อมกันสูงสุด 9 อุปกรณ์ เรียกว่าเอาใจคนรุ่น 4.0 ได้มากมาย  จุดเด่นๆอีกประเด็นก็คืออุปกรณ์ความปลอดภัย มาพร้อม Airbag 7 ใบในทุกรุ่น นอกจากนั้น ยังพร้อมสรรพด้วยระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM ,ระบบช่วยเตือนขณะถอยรถ RCTAระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS ส่วนระบบอื่นๆที่รถยนต์ทันสมัยทั้งหลาย พึ่งมีกัน เจ้าTOYOTA C-HR ก็มีครับครัน อย่างเช่นระบบนำทางพร้อมแสดงข้อมูลจราจร ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ พร้อมระบบ Dynamic Radar Cruise Control กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ EC Mirror หรือระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสารแบบนาโนหรือระบบแอร์แบบ Dual Zone สามารถปรับอุณหภูมิบริเวณที่นั่งผู้โดยสารด้าน ซ้าย-ขวา อย่างอิสระ   เป็นอย่างไรก็ครับ เชื่อว่า เจ้าTOYOTA C-HR น่าจะโดนใจใครหลายๆคนแน่นอนครับ สำหรับตัว ไฮบริดราคาล้านกว่าๆ น่าจะเหมาะกับสไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมเป็นขาลุยในเมืองมากกว่านั่งแบบโอ้โถนะครับ เลือกให้ถูกละกันครับ