ยินยอมพร้อมใจ

ผมเพิ่งเป็นเด็กใหม่ในวิทยาลัยแห่งหนึ่ง และเริ่มมองหาโอกาสในการนอนกับสาวๆ แต่ผมเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับมาตรการอันเข้มงวดเพื่อป้องกันการข่มขืนในสถาบันการศึกษา โดยมีกฎเกณฑ์ชัดเจนว่าเซ็กซ์แบบใดอยู่ในข่าย “ยินยอมพร้อมใจ” ที่ผ่านมาผมไม่เคยบังคับหรือกดดันสาวคนไหนให้มามีเซ็กซ์ด้วย แต่ก็ยังกังวลว่าจะเกิดปัญหาถ้าทำอะไรพลาดไปในทางเทคนิค ทำอย่างไรจึงจะมั่นใจได้ว่าเซ็กซ์นั้นเกิดจากความยินยอมพร้อมใจของทั้งสองฝ่าย

มีวิดีโอคลิปหนึ่งซึ่งแพร่หลายในโลกออนไลน์ บอกว่า “ความยินยอมพร้อมใจทางเพศก็เหมือนกับการนำเสนอน้ำชาสักถ้วยให้ใครสักคน” หากคุณยังไม่เคยดูคลิปนี้ ลองไปหามาดูโดยเสิร์ชคำว่า “tea and consent”
ประเด็นสำคัญก็คือ เมื่อคุณถามใครคนนั้นว่าอยากดื่มชาหรือเปล่า และเขาตอบว่าไม่อยาก คุณก็คงไม่เซ้าซี้หรือบีบบังคับให้เขาดื่ม ในทางกลับกัน หากเขาตอบว่าอยาก คุณก็คงไม่เอาน้ำชากรอกใส่ปากของพวกเขา เพียงแต่ไปหามาให้ แล้วปล่อยให้เขายกดื่มเอง
นับเป็นการเปรียบเทียบที่ชาญฉลาด แต่ผมก็มองเห็นจุดสำคัญบางอย่างที่ขาดหายไป ประการแรก-มันง่ายที่จะยอมรับ (นั่นคือความยินยอมพร้อมใจเช่นกัน) น้ำชาสักถ้วยแม้คุณจะไม่ได้อยากดื่มมันจริงๆ สำหรับผม-น้ำชาเป็นเครื่องดื่มที่จืดชืด เมื่อมองย้อนกลับไป ทุกครั้งที่มีคนเสนอน้ำชาให้ดื่ม ผมมักจะไม่ปฏิเสธเพื่อแสดงออกถึงความสุภาพ (ผมชอบดื่มกาแฟ)
นอกจากจะไม่ปฏิเสธน้ำชาที่ผมไม่ต้องการ บางครั้งผมยังเติมนมแล้วดื่มมันลงไป เพราะเห็นแก่เจ้าภาพ และช่างมันเถอะ! มันไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรให้ผมเลยแม้แต่น้อย
แต่คุณไม่สามารถ “ช่างมันเถอะ!” ได้ง่ายๆ เมื่อมีเซ็กซ์ คุณคงไม่ถอดเสื้อผ้าหรือเลิกกระโปรงขึ้นเพื่อมีเซ็กซ์กับอีกฝ่าย เพราะเห็นแก่เจ้าภาพตอนที่คุยกันอยู่ในครัว เสร็จแล้วก็เดินออกมาพร้อมกับคิดว่า “ตลกดี เขายืนยันที่จะกระฉูดใส่หน้าฉัน เขาทำแบบนั้นได้ยังไง แต่ช่างมันเถอะ”
ความผิดพลาดประการที่สอง ในการนำความยินยอมพร้อมใจทางเพศกับการเสิร์ฟน้ำชามาเปรียบเทียบกัน นั่นคือเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งที่คนหนึ่งเสิร์ฟแล้วอีกคนบริโภค และไม่ควรเป็นสิ่งที่ฝ่ายหนึ่งให้อีกฝ่ายเป็นผู้รับ มันเป็นสิ่งที่คนเราต้องทำด้วยกัน มันคือกิจกรรม คือการละเล่น
ผมคิดว่าดีกว่าแน่ ถ้าเราเอาความยินยอมพร้อมใจทางเพศไปเปรียบเทียบกับการเล่นเกม เลือกเกมหรือกีฬาที่คุณชอบ เช่น บาสเกตบอล, 20 คำถาม, เกมคอมพิวเตอร์ Stratego หรืออะไรก็ได้ที่สามารถเล่นตัวต่อตัว
เกมจะเริ่มได้เมื่อใครคนนั้นยินดีที่จะเล่นกับคุณ และบ่อยครั้ง เขาหรือเธอก็จะออกปากปฏิเสธทันทีถ้าไม่อยู่ในอารมณ์ที่อยากเล่น เป็นไปได้ที่จะข่มขู่หรือเซ้าซี้ให้ใครคนนั้นมาเล่นเกมด้วย แต่คุณไม่ควรทำอย่างนั้น เพราะมันจะทำให้ความสนุกเหือดหายไป เนื่องจากนักเล่นที่ไม่เต็มใจย่อมไม่สามารถสร้างเกมที่ดีได้
เอาล่ะ ทีนี้มาดูกันว่าทำอย่างไรคุณจะเริ่มเกมกับใครสักคน ขอยกตัวอย่างว่าคุณอยากจะเล่นชู้ตลูกบาสคุณจะถามเขาว่า “เฮ้…มาชู้ตบาสกับผมมั้ย” หรือจะโยนลูกบาสใส่หน้าเขาเพื่อหาคำตอบ ถ้าเขายกมือขึ้นมารับแปลว่าเขาอยากเล่นเกมกับคุณ
การเอาเกมมาเปรียบเทียบยังสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับความยินยอมพร้อมใจได้อย่างชัดเจนเมื่อพูดถึงความเบิกบานใจ หากคุณเล่นเกมกับคนที่แย่แต่คุณเล่นปกติ มันก็ไม่แฟร์กับคุณใช่ไหม หรือหากคุณทั้งคู่เล่นเกมแบบแย่ๆ สักแต่ให้เสร็จๆ กันไป มันก็เปรียบได้เหมือนการเล่นเพื่อเงิน ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้น เพราะอย่างน้อยหนึ่งในพวกคุณจะรู้สึกเสียใจในภายหลัง
สุดท้าย เมื่อคุณอยู่ช่วงกลางเกม และคุณบอกอีกฝ่ายว่า “ผมไม่อยากเล่นต่อแล้ว ขอเวลาพักสักช่วง บางทีเราจะกลับมาเล่นกันต่อทีหลัง” คุณคิดว่าอีกฝ่ายจะยอมรับข้อเสนอดังกล่าว หรืออาละวาดและยื่นคำขาดให้คุณจบเกมไปซะเลย อะไรก็ตามที่ไม่มีสปิริตของนักกีฬา หรืออยู่ตรงข้ามกับกฎเกณฑ์ของการเล่นกีฬา ก็ไม่ควรนำมาใช้กับการมีเซ็กซ์