ขริบปลายองคชาต

ผมเคยได้ยินว่า ผู้ชายที่ไม่ขริบปลายองคชาตควรไปขริบเพื่อสุขภาพของตัวเอง ผมยังไม่ได้ขริบ และไม่ซีเรียสในการขริบ ว่าแต่มันมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริงๆ หรือ

เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC)ได้ออกมายืนยันว่า “ผู้ชายทั้งหลายที่ไม่ได้ขริบและไปยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง ควรได้รับข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการขริบปลายอวัยวะเพศ ในการลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ HIV และกามโรคชนิดอื่น ไปพร้อมๆ ข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากการขริบปลาย องคชาต
ในการทดลองทางการแพทย์กับคนหนุ่มและวัยรุ่นที่อาศัยอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่า ทวีปแอฟริกา ซึ่งอาสามาเป็นกลุ่มทดลองขริบปลายอวัยวะเพศ พบว่า 50-60 เปอร์เซ็นต์ ติดเชื้อ HIV ผ่านการมีเซ็กซ์ทางช่องคลอด 30-45 เปอร์เซ็นต์ ติดโรคเริมจากไวรัสประเภท 2 (HSV-2) และ 30 เปอร์เซ็นต์ ติดเชื้อ HPV ซึ่งอาจก่อให้เกิดมะเร็งในผู้หญิง เช่นเดียวกับมะเร็งที่องคชาต ทวารหนัก ลำไส้ใหญ่ และลำคอ
CDC ยังแถลงต่อไปว่า ทุกคนควรรู้ว่าการขริบปลายองคชาต “ไม่ได้แสดงให้เห็นถึงการลดความเสี่ยงการติดเชื้อ HIV หรือกามโรคอื่นๆ ผ่านการทำรักด้วยปากและการเล่นรักทางประตูหลัง” และไม่สามารถป้องกันคู่นอนจากโรคเอดส์ได้
สำหรับความเสี่ยงในการขริบปลายอวัยวะเพศนั้น CDC บันทึกเอาไว้ว่า หลังจากผ่าตัดคุณจะไม่สามารถมีเซ็กซ์ได้ จนกว่าแผลที่อวัยวะเพศจะหายดี (ซึ่งบอกไม่ได้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน) และประมาณ 2-4 เปอร์เซ็นต์ ของคนที่เข้ารับการขริบ อาจต้องทนทุกข์ทรมานจากหลายสาเหตุ แต่ที่พบมากที่สุดคือ “เกิดความเจ็บปวด เลือดซึมออกมา ติดเชื้อ และไม่อยากให้ใครเห็นสภาพของตัวเองหลังการผ่าตัด”
และต่อไปนี้คือสิ่งที่ผมอยากบอกคุณ…ถุงยางอนามัยไงล่ะพวก…นั่นคือตัวช่วยอันดับหนึ่งในการแก้ปัญหา และตระหนักถึงสุขภาพเวลามีเซ็กซ์กับคนรัก หากคุณมีคู่นอนหลายคน หรือมีเซ็กซ์กับผู้หญิงติดเชื้อเอดส์ หรือคนที่เสี่ยงต่อโรคเอดส์ (ตัวอย่างเช่น เธอมีคู่นอนอีกหลายคน ใจแตก ขายตัว หรืออาศัยอยู่ในย่านที่มีอัตราโรคเอดส์สูง) คุณควรใช้ถุงยางทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์