เซ็กซ์ต้านมะเร็ง

คนที่มีเซ็กซ์กันบ่อยๆ หรือมีเซ็กซ์กันอย่างสุขสม สามารถลดความเสี่ยงของโรคมะเร็งได้จริงหรือ

ผมไม่เคยเจองานวิจัยทั่วๆไป ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทางเพศกับความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง เพราะจริงๆ แล้ว โลกเรามีมะเร็งที่แตกต่างกันออกไปจำนวนมาก และเกี่ยวข้องกับปัจจัยเสี่ยงมากมายอีกเช่นกัน ดังนั้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะพิสูจน์หาเหตุและผลที่ชัดเจน ว่าคนเราสุขภาพดีขึ้นเพราะมีเซ็กซ์บ่อย หรือพวกเขามีเซ็กซ์บ่อยขึ้นเพราะสุขภาพดีกันแน่

อย่างไรก็ตาม มีงานวิจัยจำนวนไม่น้อยที่ศึกษาพฤติกรรมทางเพศกับมะเร็งต่อมลูกหมาก บางชิ้นแสดงให้เห็นว่าผู้ชายที่มีเซ็กซ์หรือสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองบ่อยๆ จะไม่ค่อยเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่ก็มีงานวิจัยอีกหลายชิ้นแย้งออกมา บางชิ้นแสดงให้เห็นว่าทั้งสองเรื่องนี้ไม่มีความสัมพันธ์กัน

ที่ผ่านมา มี 2 ทฤษฎีแตกต่างกัน เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทางเพศกับความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก ทฤษฎีหนึ่งเชื่อว่าฮอร์โมนเพศชาย (เทสโทสเตอโรน) มีบทบาทสำคัญในการก่อให้เกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก และเนื่องจากเทสโทสเตอโรนคือเชื้อเพลิงในพลังขับทางเพศของผู้ชาย ดังนั้นคนที่มีเซ็กซ์หรือช่วยตัวเองบ่อยๆ แสดงว่ามีเทสโทสเตอโรนระดับสูง และมีโอกาสเสี่ยงต่อมะเร็งต่อมลูกหมากมากเช่นกัน

ขณะที่อีกทฤษฎีแย้งว่า การหลั่งน้ำอสุจิบ่อยๆ จะช่วยกำจัดสารพิษที่เป็นสาเหตุของมะเร็งไม่ให้เกิดขึ้นในต่อมลูกหมาก

แต่การวิจัยล่าสุดพบว่า ทั้งสองทฤษฎีมีส่วนถูกเท่าๆ กัน นักวิจัยในประเทศอังกฤษได้ศึกษาเปรียบเทียบระหว่างคนที่มีเซ็กซ์บ่อย (ทั้งร่วมเพศและช่วยตัวเอง) ที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก และผู้ชายที่ไม่ได้เป็นโรคนี้ พวกเขาพบว่าพฤติกรรมทางเพศสามารถเพิ่มหรือลดความเสี่ยงก็ได้ สิ่งสำคัญขึ้นอยู่กับอายุ

ผู้ชายในวัย 20 ปี ที่มีพฤติกรรมทางเพศบ่อยๆ ทั้งร่วมเพศและช่วยตัวเอง รวมทั้งผู้ชายอายุระหว่าง 20-30 ปีที่นิยมการช่วยตัวเอง เสี่ยงสูงในการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก แต่สำหรับผู้ชายอายุ 50 ปีขึ้นไป คนที่มีเซ็กซ์บ่อย ความเสี่ยงกลับลดต่ำ

ซึ่งการค้นพบดังกล่าว สามารถอธิบายได้ทั้งทฤษฎีระดับเทสโทสเตอโรนสูง และทฤษฎีการชำระล้างต่อมลูกหมาก สรุปก็คือว่า ความพลุ่งพล่านของเทสโทสเตอโรนสามารถเป็นบ่อเกิดของมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายที่ชอบมีกิจกรรมทางเพศตอนอายุน้อย ขณะเดียวกัน คนที่มีอายุเยอะก็ควรทำให้อวัยวะต่างๆ รวมทั้งอวัยวะเพศมีสุขภาพดี สามารถมีเซ็กซ์ได้บ่อยๆ อยู่เสมอ

ซึ่งคำว่าบ่อยของชายสูงวัยก็คงไม่เยอะเท่าคำว่าบ่อยของหนุ่มๆ