ปวดในทวารหนัก

ฉันเป็นสาวอายุ 35 บางครั้งจะปวดเกร็งเหมือนเป็นตะคริวในทวารหนักหลังจากที่ถึงจุดสุดยอด เป็นอยู่ประมาณ 2-3 นาทีแล้วหายไป อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นทุกครั้ง แต่บ่อยจนทำให้รู้สึกเบื่อและรำคาญ และไม่ได้เกิดจากการมีเซ็กซ์ทางประตูหลัง คุณคิดว่าฉันควรทำยังไงกับเรื่องนี้

จากข้อมูลที่เล่ามา คุณน่าจะเป็นโรคที่เรียกว่า proctalgia fugax หรือโรคปวดชั่วคราวในทวารหนัก คำว่า “Proctalgia” เป็นภาษากรีกแปลว่าปวดทวาร ส่วน “fugax” เป็นภาษาละตินแปลว่า “ชั่วคราว” โรคนี้เกิดจากการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ เหมือนโรค charley horse คือเกร็งกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานซึ่งควบคุมลำไส้ตรงและทวารหนัก หากคุณไม่ชอบภาษากรีกและละตินคุณอาจจะเรียกโรคนี้ว่า “anal charley horse” ก็ได้

มีสาเหตุทางการแพทย์มากมายที่ทำให้เกิดความเจ็บปวดในทวารหนัก แต่สิ่งที่คุณเล่ามานั้นคือลักษณะเด่นของ proctalgia fugax เพราะมันปวดอย่างรุนแรง เวลาที่เป็นอาจจะสั้นแค่ไม่กี่วินาที หรือนานประมาณ 2-3 นาที มักจะเกิดขึ้นระหว่างที่มีหรือหลังจากการมีเพศสัมพันธ์ และเกิดกับผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย

คุณไม่ได้บอกลักษณะพิเศษบางอย่างทางด้านบุคลิกภาพของคุณมาด้วย แต่มันคงไม่มีประโยชน์อะไร เมื่องานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า ผู้ป่วยโรคนี้มีแนวโน้มอยู่ในกลุ่มผู้ที่นิยมความสมบูรณ์แบบ (perfectionists) และขี้วิตกกังวล เมื่อคุณต้องการจะรู้ว่าควรทำอย่างไรดีในเรื่องนี้ ถ้างั้นก็มาดูกันเลย

ที่ผ่านมา บรรดาคุณหมอทั้งหลายพยายามนำวิธีรักษาที่มีอยู่หลากหลายมาผสมผสานกัน พวกเขามักแนะนำผู้ป่วยให้ออกกำลังกายแบบพื้นฐาน เช่น นั่งยองๆ แล้วฉีกแก้มก้นออกจากกันเพื่อให้แก๊สระบายออกมา พวกเขายังพยายามให้ผู้ป่วยกินยา ฉีดโบท็อกซ์ รวมถึงผ่าตัดเอาบางส่วนของทวารหนักออกมาด้วย

รายงานการรักษาทั้งหมดที่กล่าวมา สรุปว่าสำหรับผู้ป่วยโรคนี้ วิธีบำบัดที่ดีที่สุดคือ “การสร้างความมั่นใจ” และ “การอาบน้ำอุ่น” ผู้ป่วยจำนวนมากแค่ต้องการให้ตัวเองมั่นใจว่า ไม่มีสิ่งผิดปกติร้ายแรงเกิดขึ้นกับตัวเอง และการอาบน้ำอุ่นจะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่เกิดการเครียดเกร็ง

หมอบางคนในสเปนสั่งยาแวเลียมให้คนไข้ไปกินตอนที่อาบน้ำอุ่น แต่ผมไม่อยากบอกออกไป เพราะผมไม่ใช่หมอ และคุณควรไปหาหมอก่อนที่จะเริ่มรักษาอาการนี้ หากลองวิธีอื่นแล้วยังมีปัญหาอีก การใช้ยาทาเพื่อรักษากล้ามเนื้อที่เครียดเกร็งสามารถนำมาประยุกต์ได้ โดยทาบริเวณภายนอกหรือภายในทวารหนักก็ได้ หากยังไม่ได้ผล แนะนำให้กินยา clonidine ซึ่งหมอมักจะสั่งให้ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง และสาวๆ ที่ปวดประจำเดือน

การรักษาที่จริงจังถึงขั้นต้องผ่าตัดมักไม่ค่อยจำเป็นสักเท่าไหร่ ที่กล่าวมาทั้งหมดคงสร้างความมั่นใจให้แก่คุณ ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร ทีนี้ก็ลองไปบำบัดด้วยการอาบน้ำอุ่นให้สบายใจ