สักสีลูกผู้หญิง

มีคนส่งลายสัก “แหล่มๆ” บนเรือนร่าง “แจ่มๆ” ของ “สาวสวย” ที่ทำให้ผู้ชาย “ตาลุก” ส่วนผู้หญิงอย่างแจ๊ซซี่ก็ “ตาร้อน” ผ่าวๆ ด้วยความอิจฉา อยากส่งโทรจิตไปถามเหลือเกินว่าทำบุญด้วยอะไรกันจ๊ะถึงได้ออกมารูปร่างหน้าตาอย่างที่เห็น
ตามธรรมเนียม…เมื่อมีคนส่ง “ของดี” มาให้ดูก็อยากให้เพื่อนๆ ได้ดูด้วย พร้อมกับ “สาระ” เล็กๆ น้อยๆ ให้พอรู้สึกว่า “เซ็กซี่โซน” ก็เซ็กซี่อย่างมีคุณค่ากับเขาเหมือนกัน เรื่องที่นำมาประกอบรูปก็เลยเป็นเรื่องเกี่ยวกับ “การสัก” เพื่อความเหมาะสม
“การสัก” คือการเขียนสีและลวดลายต่างๆ บนร่างกาย ซึ่ง “รอยสัก” อาจคงอยู่ชั่วคราวหรือถาวรก็ได้ และการสักของแต่ละวัฒนธรรมก็มีความหมายเฉพาะต่างกันไป
ประวัติของการสักเท่าที่มีการบันทึกไว้ เริ่มต้นที่กรีกยุคโบราณ มีการทำสัญลักษณ์บนใบหน้าของทาส และอาชญากร ต่อมาแพร่หลายในทวีปยุโรป ประมาณปี ค.ศ. 787 การสักบนใบหน้าถือเป็นการลบหลู่ต่อพระผู้เป็นเจ้า
ในเมืองไทย สมัยก่อนมีการ “สักเลก” ทำเครื่องหมายที่ข้อมือเพื่อแสดงการขึ้นทะเบียนเป็นไพร่หลวง แต่ถูกยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 4 ส่วนที่หน้าผากหรือที่ท้องแขนใช้กับผู้ต้องโทษจำคุก ยกเลิกในปี พ.ศ. 2475 รวมทั้งมีการสักยันต์เป็นเหมือนเครื่องรางของขลังตามความเชื่อซึ่งยังคงสืบทอดกันมาถึงทุกวันนี้
ในญี่ปุ่น การสักเรียกว่า “อิเรซูมิ” (Irezumi) ซึ่งมีความหมายว่า “การเติมหมึก” คาดว่าเริ่มปรากฏในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสตกาล ต่อมาในศตวรรษที่ 8 การสักจะประทับตราคนกลุ่มต่างๆ เพื่อแบ่งแยก เช่น เพชฌฆาต สัปเหร่อ อาชญากร จนกระทั่งเริ่มมีการสักแบบ “โฮริบาริ” (Horibari) ที่มักจะสักลวดลายต่างๆ ทั่วร่างกาย และเริ่มแพร่หลายในปี ค.ศ. 1750 โดยนิยมมากในหมู่ “อีตะ” (Eta) ซึ่งเป็นกลุ่มคนชั้นต่ำสุดในสังคม ลวดลายต่างๆมักเป็นรูปจิตรกรรมที่มีชื่อเสียง ตลอดจนเทพเจ้าตามความเชื่อทางศาสนาและนิทานพื้นบ้าน
ทุกวันนี้ รูปแบบการสักมีให้เลือกหลายสไตล์ ต่อไปนี้คือบางส่วนที่มีการรวบรวมไว้
“แฟนตาซีสไตล์” ผสมหลายรูปแบบเข้าด้วยกันเป็นภาพในจินตนาการหรือเทพนิยาย
“ทริบอลสไตล์” เป็นลวดลายเส้นสายต่างๆ เช่น เถาวัลย์ ใบไม้ หรือลายกราฟิก
“ยุโรปสไตล์” เป็นภาพเหมือนลงแสงเงาคล้ายกับภาพเหมือนบุคคล
“เจแปนสไตล์” มีลวดลายที่บ่งบอกความเป็นตะวันออก เช่น ปลาคาร์พ มังกร ฯลฯ
“เวิร์ดสไตล์” เป็นตัวอักษรที่มีความหมายหรือไม่มีความหมายก็ได้ เช่น ชื่อคนรักหรือสิ่งที่ประทับใจ ฯลฯ
“ไกเกอร์สไตล์” ลวดลายนามธรรม รวมถึงลายเฉพาะกลุ่ม เช่น กลุ่มฮิปฮอป
“พังค์สไตล์” ลายสักไม่เน้นสีสัน ส่วนใหญ่จะเป็นหมึกดำ
“ฮาร์ดคอร์สไตล์” ใกล้เคียงกับพังค์แต่มีความเหมือนจริงมากกว่า
“อินดี้สไตล์” ไม่มีแนวทางชัดเจน ขึ้นอยู่กับรสนิยมส่วนตัว
แต่ไม่ว่าสไตล์ไหน ถ้าอยู่บนร่างกายสวยๆ แบบที่คัดมาลงให้ชมก็ล้วนแต่น่าดูทั้งนั้น-ชิมิคิ