เหน็บหนาว…เร้าใจ… วินด์เซิร์ฟเสี่ยงตายในทุ่งน้ำแข็ง

ฟลอเรียน จุง (Florian Jung) เงยหน้าเพ่งมองลางร้ายจากมวลน้ำแข็งที่อยู่สูงขึ้นไป นั่นคือหิมะน้ำหนักหลายตันซึ่งค่อยๆ ปรากฏให้เห็นบนยอดกำแพงน้ำแข็งสีฟ้าซีดสูงตระหง่านนับร้อยเมตร ชายผู้นี้ไม่ใช่ยักษ์ปักหลั่น แต่พลังงานที่บรรจุอยู่ในร่างกายและจิตใจของนักวินด์เซิร์ฟวัย 24 ปีกำลังพลุ่งพล่านสุดขีด เหมือนทุกครั้งที่เขามุ่งมั่นกับกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดโปรด
แต่สิ่งกีดขวางหรืออุปสรรคของการเล่นวินด์เซิร์ฟในอลาสก้า-ดินแดนแห่งทุ่งน้ำแข็ง แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับทุกสถานการณ์ที่เขาเคยเผชิญมา และดูเหมือนมันจะไม่สามารถฝ่าข้ามไปง่ายๆ เขาขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด นัยน์ตามีแววเคร่งเครียด ก่อนจะกลับคืนสู่สภาพปกติ จุงรู้ว่าเขาจะต้องหาทางเอาชนะสนามวินด์เซิร์ฟแห่งใหม่ที่แสนอันตรายนี้ให้ได้ภายในสัปดาห์นี้
ภาพที่ปรากฏเต็มสองตาทำให้เขาตื่นตะลึงจนพูดไม่ออก และรู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะอาหาร เมื่อตระหนักว่าอุปสรรคขวากหนามนั้นหนักหนาสาหัสและท้าทายความเสี่ยงมากเพียงไร แต่จุงก็ยังต้องการโอกาสอันน้อยนิดในการพิชิตชัยชนะเหนือดินแดนที่เขาเดินทางมาเป็นครั้งแรก
ความคิดที่จะเล่นวินด์เซิร์ฟเหนือธารน้ำแข็งในอลาสก้าเกิดขึ้นนานแล้ว ก่อนที่จุงจะสามารถรวบรวมความกล้าเพื่อทำให้มันกลายเป็นความจริง แม้ว่าการเป็นนักบุกเบิกสิ่งใหม่ๆ จะเป็นลักษณะเฉพาะตัวของนักวินด์เซิร์ฟเอ็กซ์ตรีมผู้นี้ แต่กระแสธารที่ได้รับอิทธิพลจากภูเขาน้ำแข็งซึ่งยากจะคาดคำนวณทั้งทิศทางและความเร็ว ดูเหมือนจะอยู่เหนือความรับรู้และเข้าใจของชายหนุ่ม
โดยไม่มีคำเตือนแม้แต่น้อย เหนือศีรษะเขาขึ้นไป ก้อนน้ำแข็งก็แยกตัวออกจากกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย น้ำแข็งบางส่วนตกลงสู่ผืนน้ำเบื้องล่างอย่างรุนแรง
แรงกระตุ้นหลักที่ผลักดันจุงให้ขึ้นเครื่องบินขนาดเล็กมาที่เมืองวิตเทียร์ (Whittier) รัฐอลาสก้า ก็เพื่อรักษาหน้าให้หลุดพ้นจากคำหยามของเพื่อนซี้ที่เคยลงแข่งเวิลด์คัพระดับนักศึกษามาด้วยกัน เนื่องจากจุงเคยคุยโม้เอาไว้ว่าเขาจะไปเล่นวินด์เซิร์ฟที่อลาสก้าและจะเล่นได้ตลอดรอดฝั่ง ขณะที่เพื่อนคนนั้นบอกว่า จุงลงน้ำที่นั่นได้อย่างมากไม่เกิน 2 นาที
จุงเลยวางเดิมพันกับเพื่อน จากนั้นก็ขนเครื่องเล่นวินด์เซิร์ฟขึ้นรถโฟล์กแวนปี 1972 มุ่งหน้าสู่สนามของการประลองคำท้า อากาศอันสดใสในฮาวายทำให้เขาใจชื้นและมีความหวังในชัยชนะ แต่ตอนนี้ภูเขาน้ำแข็งและกองหิมะที่ผงาดอยู่เบื้องหน้าทำให้เขาต้องคิดใหม่และคิดหนัก
ที่ผ่านมา ไม่เคยมีนักเล่นเซิร์ฟระดับโลกคนใดเดินทางมาที่นี่ เพราะดินแดนนี้ทั้งหนาวเย็นและเต็มไปด้วยอันตราย เกมพนันระหว่างจุงกับเพื่อนจึงเปรียบเหมือนหมุดหมายใหม่ของการท้าทายกันในกลุ่มนักกีฬาวินด์เซิร์ฟเอ็กซ์ตรีม
หมู่บ้านที่เงียบสงบราวกำลังหลับใหล ตั้งอยู่ห่างจากจุดทอดสมอเรือไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ราว 100 กิโลเมตร ปรากฏเพียงจุดเล็กๆ บนแผนที่ ดูเหมือนจะไม่เคยมีใครเห็นจุงในสภาพนี้มาก่อน เขามีท่าทางตื่นเต้นในชุดเว็ตสูท ขณะที่ลูกมือกลุ่มหนึ่งกำลังช่วยกันจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ของเขาอยู่ด้านหลัง และช่วยกันติดตั้งเครื่องช่วยหายใจใต้น้ำให้เขาด้วย
จุดที่จุงเลือกเพื่อการเล่นเซิร์ฟเต็มไปด้วยอันตราย แต่ “หนุ่มฮาวาย” คนนี้ไม่เคยรับรู้ เพราะจุดหลักที่เขาคำนึงถึงมาตลอดในการลงน้ำคือการม้วนตัวตีกลับของคลื่นลูกมหึมา รวมทั้งครีบสามเหลี่ยมและรูปร่างอันปราดเปรียวของปลาฉลามซึ่งวนเวียนอยู่ใต้ผิวน้ำ แต่ความกลัวว่าจะถูกฉลามกัดกลายเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลย เมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่จุงกำลังเผชิญหน้าอยู่ในเวลานี้
ส่วนใหญ่ในรัฐทางเหนือของสหรัฐอเมริกา การเล่นวินด์เซิร์ฟได้รับความนิยมไม่ต่างจากการเล่นสกีในฮาวาย เพราะที่นี่ไม่มีต้นไม้ ไม่มีสาวๆ ในชุดบิกินี่ มีแต่ฝูงหมีขาวซุ่มตัวอยู่ตามอ่าวโล่งๆ ใกล้ภูเขาน้ำแข็ง อย่างไรก็ตาม จุงไม่กลัวและไม่สนใจพวกหมีเหล่านั้น อุณหภูมิของน้ำต่างหากที่ทำให้เขาหวาดกลัว ตอนที่เขาปาดเหงื่อออกจากหน้าผาก อุณหภูมิอยู่ที่ 2 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าดีที่สุดแล้ว เพราะเขาอยู่ในห้องโดยสารของเรือสปีดโบ้ทที่พาไปยังจุดเล่นเซิร์ฟ บริเวณดังกล่าวเป็นห้วงน้ำสีเขียวเทาของมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งไม่ควรจะเข้าใกล้มากที่สุด เนื่องจากความเค็มจัดทำให้น้ำไม่รวมตัวเป็นน้ำแข็ง
อุณหภูมิภายนอกหนาวกว่าในเรือหลายเท่า “หวังว่ามือผมคงไม่ชาไปเสียก่อน” จุงเปรยออกมาอย่างกังวล เพราะถ้าเครื่องเล่นวินด์เซิร์ฟมีปัญหา เขาจะจมลงไปในน้ำทะเลอันหนาวเหน็บและอาจถึงขั้นช็อกได้ง่ายๆ น้ำที่เย็นเหมือนน้ำแข็งจะทำให้กล้ามเนื้อของเขาด้านชา แม้จะสวมชุดเว็ตสูทอย่างดีที่สามารถแผ่รังสีความร้อนออกไปในห้วงน้ำก็คงไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น เขาอาจถูกกระแสน้ำพัดไปกระแทกก้อนน้ำแข็งอันแหลมคม ทำให้ร่างแหลกเหลวเหมือนลูกโป่งที่ถูกจิ้มด้วยปลายเข็ม
หนุ่มน้อยนักวินด์เซิร์ฟจ้องมองภูเขาน้ำแข็งอันสูงชันด้วยความกังวล และนึกย้อนไปว่าอะไรผลักดันให้เขามาที่นี่ ในฐานะคนที่แสวงหาความท้าทายใหม่ๆ อยู่เสมอ จุงผ่านสถานที่และสถานการณ์คับขันมาอย่างโชกโชนในการเล่นวินด์เซิร์ฟ และกล้าประกาศว่าเขาเคยสัมผัสมาแล้วทุกกระแสคลื่นในฮาวาย เขาเชื่อว่าตัวเองนั้นคือนักบุกเบิกแถวหน้าคนหนึ่งของการเล่นวินด์เซิร์ฟ ในการพัฒนาเทคนิคใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า
จุงเริ่มเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทนี้ตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยร่มสีสันสดใส กระดานโต้คลื่นรูปร่างปราดเปรียว และแรงกระตุ้นของอะดรีนาลินที่ผลักดันให้เขากล้าเผชิญหน้ากับเกลียวคลื่นซึ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ความมีชื่อเสียงของเขาได้มาจากการไปบุกเบิกสถานที่ซึ่งไม่เคยมีใครกล้าลองมาก่อน เขาสามารถเปิดซิงและเอาชนะคลื่นเหล่านั้นได้เป็นคนแรกของโลกในหลายๆ ที่
จุงจิ้มนิ้วลงในน้ำ ไม่ทันถึง 2 วินาทีก็ต้องดึงนิ้วกลับขึ้นมา “ให้ตายเถอะ เย็นจริงๆ” เขาเอามือมาอุ่นลมหายใจ ถูนิ้วไปมาในฝ่ามืออีกข้างเพื่อบรรเทาความหนาวเหน็บ จุงหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเครียดตอนที่เตรียมตัวขั้นสุดท้าย ด้วยการปล่อยของเหลวไปตามท่อที่ซ่อนอยู่ในเว็ตสูท ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการต่อสู้กับความหนาวเย็น
ลมที่กรรโชกแรงเป็นพักๆ ทำให้หมวกฮู้ดของจุงพลิ้วไหว และแผ่นน้ำแข็งสีขาวที่ลอยอยู่เหนือน้ำกระเพื่อมไปมาตอนที่จุงเริ่มเตรียมวินด์เซิร์ฟ และเขาได้ยินเสียงแตกของก้อนน้ำแข็งขณะที่เรือค่อยๆ เลี้ยวเข้าไปในช่องแคบซึ่งตั้งชื่อเป็นเกียรติแด่เจ้าชายวิลเลียมส์ (Prince William Strait)
คนสำคัญบนเรือสปีดโบทคือ บรูก วิป (Brook Whip) นายท้ายและนักชีววิทยาทางทะเล หนึ่งในผู้ชี้เป็นชี้ตายให้ทุกคนในการเสี่ยงชีวิตครั้งนี้ วิปก็เต็มไปด้วยความกังวลใจ เขาพูดกับทุกคนว่า “หากมีก้อนน้ำแข็งตกลงในทะเลใกล้ๆ เรือของเรา นั่นคือคำเตือน จากนั้นก็ขอให้ทุกคนภาวนาให้เราออกจากที่นี่ได้ทันเวลา ถ้าจุงกลับมาไม่ทันก็ต้องปล่อยเขาไป”
จากนั้นนายท้ายเรือที่กุมชะตาชีวิตของหลายๆ คนไว้ในมือก็หันไปใส่ใจกับอุปกรณ์ต่างๆ และเช็คอุปกรณ์เหล่านั้นหลายรอบเพื่อความมั่นใจในหลักประกันความปลอดภัย เขาไม่อยากเอาความเสี่ยงไปผูกติดกับความผิดพลาดของเครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ในสถานการณ์ที่ยากจะคาดเดาเช่นนี้
ทันใดนั้น จุงก็เริ่มออกสตาร์ทก่อนที่จะถูกความกลัวเข้าครอบงำจนสิ้นซาก เขากระโจนลงจากเรืออย่างไม่หวั่นเกรงสิ่งใดอีกต่อไป เซิร์ฟบอร์ดสัมผัสผิวน้ำและเตรียมโต้คลื่นอย่างเหมาะเหม็ง สายลมพัดแรงขึ้น และร่มสีสันสดใสก็ถูกกางออกรับแรงลม ก่อนจะลอยสูงขึ้นไปจนกลายเป็นจุดเล็กๆ ท่ามกลางความโล่งที่ปกคลุมด้วยเฉดสีขาว เทา ฟ้า
ริมตลิ่งน้ำแข็ง มีฝูงแมวน้ำนอนหลับอยู่ จุงค่อยๆ บังคับเซิร์ฟบอร์ดไปรอบๆ แผ่นน้ำแข็งที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำอย่างระมัดระวัง ไม่ให้ไปชนแผ่นน้ำแข็งเหล่านั้นจนบาดเจ็บ ความเชื่อมั่นและความกล้าของเขาค่อยๆ เพิ่มขึ้น ทำให้จุงเริ่มวาดลวดลายโลดโผนแบบที่เขาเคยฝึกจนชำนาญ เขางัดท่าเด็ดๆ ออกมาใช้ต่อเนื่องกันไปอย่างลื่นไหล แม้สนามที่เล่นอยู่จะเย็นเฉียบ
ดูเหมือนฟอร์มการเล่นของเขาจะกลับมาอยู่ตัวเหมือนทุกครั้งที่เคยลงสนาม ความลิงโลดใจทำให้จุงไม่ได้ยินเสียงตะโกนเตือนของวิป ซึ่งดังแข่งกับแรงลมจากระยะไกล
ไม่ทันสิ้นเสียงเตือน จู่ๆ กระแสลมก็เปลี่ยนทิศ และเบื้องหน้าของจุงก็เต็มไปด้วยแผ่นน้ำแข็งลอยอยู่เต็มผืนน้ำ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังติดอยู่ในซอยตัน เบื้องหน้าเป็นแผ่นน้ำแข็งล้อมรอบขณะที่เบื้องหลังคือกำแพงน้ำแข็งสูง 30 เมตร
ในนาทีวิกฤติ จุงตัดสินใจเลี้ยวกลับ 180 องศา แรงเหวี่ยงดันตัวเขาขึ้นไปบนน้ำแข็งแผ่นหนึ่ง แต่ด้านหน้าเขายังมีแผ่นน้ำแข็งลอยอยู่เป็นแพ อย่างไรก็ตาม เขายังเชื่อมั่นในพลังแขนของตัวเอง ว่าจะสามารถบังคับเซิร์ฟบอร์ดผ่านสิ่งกีดขวางข้างหน้าไปได้ เขาจึงงัดพลังงานออกมาใช้อย่างเต็มที่
“หยุดอยู่ตรงนั้น” วิปตะโกนแข่งกับสายลม ขณะที่พยายามบังคับเรือเข้าไปใกล้จุงมากที่สุด แต่สายไปเสียแล้ว เพราะจุงไปกระแทกกับน้ำแข็งแผ่นหนึ่งจนเสียหลักตกลงไปในน้ำเย็นยะเยือก ทำให้เขาหายใจไม่ออก และผิวหนังแสบร้อนเหมือนโดนไฟลวก จุงพยายามเงยหน้าสูดอากาศ โบกมือให้คนบนเรือ ขากรรไกรและฟันกระทบกันกึกกักด้วยความหนาวสั่น
“ผมเล่นต่อไปไม่ไหวแล้ว” เขาอยากตะโกนดังๆ แต่เสียงที่ลอดออกมาจากปากนั้น แหบแห้งเหมือนเสียงร้องของสัตว์ที่กำลังจะสิ้นลม เสาวินด์เซิร์ฟของเขาหักกลางไม่ต่างจากไม้จิ้มฟันผุๆ ตอนที่วิปนำร่างของจุงขึ้นจากน้ำอีกไม่กี่นาทีต่อมา ดวงตาทั้งสองข้างของจุงเต็มไปด้วยน้ำตาเนื่องจากสายน้ำที่เย็นจัด ท่าทางของเขาตอนนี้มีแต่ความเจ็บปวดให้เห็น
ตอนที่เรือบ่ายหน้ากลับเข้าฝั่ง จุงเล่าความผิดพลาดของเขาให้ทุกคนฟัง ขณะที่ฝูงแมวน้ำพากันลงไปดำผุดดำว่ายในทะเล จุงบอกว่าพรุ่งนี้เขาจะกลับมาใหม่ และจะเตรียมตัวรับมือกับแผ่นน้ำแข็งให้ดีขึ้น แม้วันนี้เขาจะพบกับความล้มเหลว แต่มันก็ยังมีผลลัพธ์ในแง่บวก นั่นคือเขายังสามารถกลับไปนอนอย่างอบอุ่นในรถโฟล์คคู่ใจของตัวเอง เขายังมีชีวิตให้ตื่นขึ้นมาเล่นวินด์เซิร์ฟได้อีกในวันรุ่งขึ้น