DOES PORN CAUSE HARM? ดูหนังโป๊…อันตรายจริงหรือ?

เมื่อไม่นานนี้ มีความพยายามอีกครั้งที่จะ “พิสูจน์” ว่าการดูหนังโป๊ก่อให้เกิดอันตราย ทั้งต่อผู้เสพและเหยื่อของการข่มขืน ปัจจุบันนักรณรงค์ต่อต้านหนังโป๊และสื่อลามกอนาจาร ได้นำผู้ชมหนังโป๊ไปเปรียบเทียบกับผู้ที่เสพยาเสพติด และระบุว่าสื่อลามกเป็น “วิกฤตการณ์ด้านสุขภาพอนามัย” อย่างหนึ่งของสังคม

แม้แต่แถลงการณ์ของพรรครีพับลิกันยังประกาศว่า “สื่อลามกซึ่งเป็นอันตรายโดยเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน ได้กลายเป็นปัญหาใหญ่ด้านสุขภาพอนามัยของคนในสังคม และทำลายชีวิตของประชาชนไปแล้วนับล้านคน”

พาเมลา แอนเดอร์สัน (Pamela Anderson) และนักบวชในศาสนายิว-แร็บไบ ชมูลีย์ โบทีช (Rabbi Shmuley Boteach) ดูเหมือนจะเป็นสองคนล่าสุดที่นำคำสอนทางศาสนามาต่อต้านหนังโป๊ ทั้งสองออกมาเตือนว่าหนังโป๊กำลังกลายเป็น “อันตรายต่อสังคมอย่างรุนแรงแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน” และต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ทุกคน “คุ้นเคยกับความใกล้ชิดสนิทสนม และไม่จำเป็นต้องได้รับการกระตุ้นจากสื่อใดๆ”

ในทศวรรษ 1970 และ 1980 นักกิจกรรมต่อต้านหนังโป๊จำนวนมาก มักมีแรงจูงใจที่สำคัญจากทัศนคติแบบเคร่งศาสนาเวลาที่มองเรื่องทางเพศ ลึกลงไปใต้เปลือกวิทยาศาสตร์แบบปลอมๆ ของกลุ่มต่อต้านหนังโป๊ เช่นกลุ่ม Fight the New Drug (สู้กับยาเสพติดชนิดใหม่) ซึ่งมีคำขวัญที่น่าเชื่อถืออย่าง “หนังโป๊จะทำให้คุณโดดเดี่ยว” “หนังโป๊ฆ่าความรัก” และ “หนังโป๊เกลียดครอบครัว” ทั้งหมดนั้นผูกพันกับสถาบันทางศาสนาอย่างใกล้ชิด ซึ่งสถาบันเหล่านั้นอยู่ฝั่งตรงข้ามกับสื่อลามกอนาจารมายาวนาน ในประเด็นเกี่ยวกับพื้นฐานทางศีลธรรม

แต่คำกล่าวอ้างที่เกินจริงของพวกเขา เปรียบเหมือนหน้ากากที่ปิดบังปัญหาอันแท้จริงเอาไว้ นั่นคือยังไม่เคยมีการพิสูจน์ว่า การดูหนังโป๊นำไปสู่ผลกระทบด้านลบอย่างที่พวกเขาพยายามจะกล่าวอ้าง

ในสมัยก่อน ความพยายามที่จะต่อต้านสื่อลามก คือพิสูจน์ให้เห็นว่าสื่อลามกส่งผลโดยตรงให้ผู้เสพก่อการข่มขืน อย่างไรก็ตาม แม้แต่คณะกรรมการ Meese Commission ซึ่งแต่งตั้งโดยรัฐบาลเรแกน เพื่อหาคำตอบให้สมมติฐานดังกล่าว ยังประสบความล้มเหลวที่จะแสดงให้เห็นความสัมพันธ์อันน่าเชื่อถือ ระหว่างผู้ที่ดูหนังโป๊กับการใช้ความรุนแรงทางเพศ

ในทางกลับกัน งานวิจัยหลายชิ้นกลับได้ข้อสรุปที่ต่างออกไป นั่นคือ ในสหรัฐฯ คนที่ดูหนังโป๊เข้าไปเกี่ยวข้องกับการข่มขืนน้อยกว่าคนที่ไม่ดู และในความเป็นจริง เมื่อชาวอเมริกันหันมาดูหนังโป๊กันมากขึ้น อัตราการข่มขืนกลับลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ

สิ่งเดียวกันนี้เกิดขึ้นจริงในประเทศอื่นด้วย ทั้งเดนมาร์ก เยอรมนี สวีเดน ญี่ปุ่น จีน ฯลฯ หลังจากรัฐบาลในประเทศเหล่านั้น หันมาผ่อนคลายกฎหมายเกี่ยวกับสื่อโป๊ และมีช่องทางการเข้าถึงสื่อเหล่านี้ได้มากขึ้น อัตราการเกิดคดีข่มขืนก็ลดลงอย่างฮวบฮาบ

ในการพิสูจน์เหล่านั้นอาจมีผลต่างออกไปบ้างแต่น้อยมาก กระทั่งปี 2009 รายงานการวิจัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการดูหนังโป๊กับความรุนแรงทางเพศก็ได้รับการตีพิมพ์ออกเผยแพร่ โดยสรุปว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะปฏิเสธสมมติฐานที่ว่า การเสพสื่อโป๊สนับสนุนการเพิ่มพฤติกรรมทางเพศที่เลวร้าย” เพราะไม่มีหลักฐานชัดเจนที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างการเสพสื่อโป๊กับความรุนแรงทางเพศ

ดังนั้นในทุกวันนี้ พวกที่อยากจะต่อต้านสื่อโป๊ก็พยายามหาข้ออ้างใหม่มายืนยัน พวกเขาออกมาบอกว่า สื่อโป๊เป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัย เพราะมันเป็นสิ่งเสพติดชนิดหนึ่ง มันก่อให้เกิดการเหยียดเพศ และส่งผลกระทบต่อจำนวนประชากร ต่อการแต่งงาน และสุขภาพโดยรวมของประชาชน

การที่สื่อประเภทนี้เกิดขึ้นอย่างง่ายดายทางอินเทอร์เน็ตและสื่ออื่นๆ ทำให้มันถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ผู้บริโภคไม่นิยมไปโรงหนังหรือเซ็กซ์ช็อปอีกต่อไป ทุกคนที่มีสมาร์ทโฟนแค่ใช้นิ้วจิ้มครั้งเดียว ก็สามารถเข้าถึงหนังโป๊ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องเสียเงิน

นี่คือความจริงของยุคปัจจุบันซึ่งดำเนินมาอย่างน้อยก็ 10 ปี หรืออาจจะยาวนานมากกว่านั้น ด้วยเหตุนี้ ใครๆ ก็คาดหวังว่าสื่อโป๊ซึ่งถูกนักต่อต้านกล่าวหาว่าเป็นเครื่องมือของปิศาจ ควรจะมีรูปแบบที่หลากหลาย

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้น อัตราของความรุนแรงทางเพศและการข่มขืนลดลงอย่างน่าตกใจ นับตั้งแต่การเกิดขึ้นของหนังโป๊ในอินเทอร์เน็ต ระหว่างทศวรรษ 1990 ถึง 2010 ในช่วงนั้นตัวเลขการข่มขืนต่อจำนวนประชากรลดลงครึ่งหนึ่งของช่วงก่อนหน้านั้น และในปี 2013 ตัวเลขดังกล่าวก็มาถึงจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา

ยิ่งไปกว่านั้น นักวิจัยยังสรุปว่า ผู้บริโภคสื่อโป๊กระแสหลัก ยังคงมีประสบการณ์ทางเพศเหมือนเดิม และประสบการณ์นั้นยังคงระดับความแนบชิดสนิทสนมกับคนรักเหมือนเดิม เช่นเดียวกับคนที่ไม่นิยมดูหนังโป๊ อีกทั้งไม่มีหลักฐานยืนยันว่าการดูหนังโป๊นำไปสู่การเหยียดหยามทางเพศ เหมือนที่นักต่อต้านยกมากล่าวอ้าง

ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 2007 ยืนยันว่า ไม่มีความสัมพันธ์อันใดระหว่างคนที่ดูหนังโป๊โดยทั่วไป กับทัศนคติด้านลบต่อเพศหญิง นักวิจัยยังลบล้างคำกล่าวอ้างผิดๆ ในการนำคนติดยาเสพติดกับติดหนังโป๊มาเปรียบเทียบกัน นักวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาวายสรุปว่า “ไม่มีหลักฐานว่าสื่อโป๊ก่อให้เกิดผลด้านลบแต่อย่างใด”

ผลการวิจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นชัดเจนว่า คนที่เสพสื่อโป๊ทำในเรื่องธรรมดาๆ เพื่อมอบความสุขชั่วแล่นให้ตัวเอง หนังโป๊คือตัวช่วยสำคัญในการสำเร็จความใคร่ให้ตัวเองของคนเรา และการช่วยตัวเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในเรื่องเซ็กซ์ ของผู้คนในวัยเจริญพันธุ์ทุกเพศทุกวัย

คัมภีร์ไบเบิลต่อต้านการช่วยตัวเอง โดยเรียกมันว่า “โอนานิสซึ่ม” (onanism) แต่ไม่มีการต่อต้านทางกฎหมาย โดยฝ่ายเคร่งศาสนาให้เหตุผลว่ามันเป็นการทำร้ายตัวเอง ขณะที่ทุกวันนี้มีคนจำนวนมากมองว่ามันคือการมอบความสุขให้ตัวเอง

และอันที่จริง คำประกาศอิสรภาพก็สนับสนุนมุมมองที่ว่า การตามหาความสุขคือองค์ประกอบสำคัญประการหนึ่งของอิสรภาพ ขณะที่ลัทธิเคร่งศาสนากลับมองว่า “บางทีความสุขก็คือความกลัวที่สิงอยู่ในบางคนและบางสถานที่”

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กล่าวมาแสดงให้เห็นว่าบางคนไม่ชอบให้คนอื่นสนุกกับการดูหนังโป๊ พวกเขาเชื่อว่ามันเป็นความรู้สึกที่เลวร้าย จับจ้องแต่ภาพลักษณ์ทางเพศของผู้หญิง ลดทอนเรื่องเพศให้เหลือเพียงแค่กามกรีฑา ทำให้มนุษย์เหลือค่าแค่วัตถุทางเพศทั้งชายและหญิง อีกทั้งยังเน้นย้ำคุณค่าด้านลบของความรัก ความโรแมนติก และการมีเพศสัมพันธ์

นักต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีหัวรุนแรงบางคนเคยนิยามสื่อโป๊ว่า “มันคือการโฆษณาชวนเชื่อของพวกกีดกันทางเพศ” ข้อถกเถียงดังกล่าวอาจเป็นความจริง แต่พวกเขาได้สร้างกรณีที่เด่นชัดขึ้นมา ว่าทำไมสื่อโป๊จึงต้องกลายเป็นรูปแบบการแสดงออกเพื่อปกป้องสถาบันต่างๆ ทางสังคม

ท่ามกลางความแตกต่างหลากหลาย ในสังคมประชาธิปไตยที่ปกครองด้วยอำนาจของกฎหมาย ระหว่างรูปแบบหนึ่งของการแสดงออก และความพยายามที่จะแบนมันด้วยวิถีทางด้านการปกครอง หรือการเซ็นเซอร์ของสถาบันต่างๆ

ปล่อยให้การถกเถียงเกี่ยวกับความดีและความเลวของหนังโป๊ดำเนินต่อไปเถอะ แต่ขอให้กฎหมายอย่าเข้ามายุ่มย่ามในสมาร์ทโฟน คอมพิวเตอร์ และห้องนอนของเราก็แล้วกัน