ORGASMIC MEDITATION: FRIEND OR FOE? เปิดปม “สมาธิเพื่อจุดสุดยอด”

ตอนแรกเขาคิดว่า การที่แฟนคนล่าสุดอุทิศตนเพื่อฝึกเทคนิคทางเพศอันล้ำลึก จะพาเขาไปสู่โลกใหม่แห่งกามารมณ์ แต่ปรากฏว่าเทคนิคดังกล่าวกลับกลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่ดึงดูดความสนใจของเธอไปจากเขา…

ผมรออยู่ที่ร้านสตาร์บักส์ ย่านยูเนียน สแควร์ ในนิวยอร์ก ซิตี้ เพื่อพบกับเจสสิก้า ผู้หญิงที่รู้จักมาพักหนึ่งและเพิ่งจะชวนเธอออกเดท เจสสิก้าสนใจการฝึก “สมาธิเพื่อจุดสุดยอด” (Orgasmic Meditation) ซึ่งเปิดสอนอยู่ใกล้ๆ ย้ำอีกทีว่าสิ่งที่เธอสนใจอยากเรียนรู้ไม่ใช่โยคะ ไม่ใช่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ใช่ภาษาจีน แต่เป็นการฝึกสมาธิจนถึงขั้นบรรลุจุดสุดยอด

ส่วนประกอบสำคัญของการฝึก คือ ผู้หญิงที่ฉลาด หลักแหลม และชอบอ่านหนังสืออย่างเจสสิก้า จะต้องถูกลูบไล้คลิตอริส จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่ลูบไล้ แต่จะถูกเคล้นคลึงโดยวิธีการที่มีลักษณะเฉพาะมากๆ จาก “นักคลึง” (stroker) ที่ผ่านการรับรองมาอย่างดี ซึ่งเธอจะเลือกออกมาจากกลุ่มของครูฝึก

ผมว่านี่เป็นทฤษฎีแนวนิวเอจที่ประหลาดมาก และไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือรับรู้ แต่ผมกำลังสิ้นหวัง และเจสสิก้าก็ดูดีมากเมื่อเทียบกับสารรูปของผมในยามนี้ ดังนั้นผมจึงพยายามให้เรื่องนี้เป็นเพียงเกมสนุกอย่างหนึ่งของชีวิต

 

ไม่เกี่ยวกับเซ็กซ์

เจสสิก้าบอกผมว่า การฝึกสมาธิเพื่อจุดสุดยอด (OM) “ไม่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์” และผู้ชายก็ไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกแม้แต่ชิ้นเดียว การฝึกแหวกแนวนี้ริเริ่มโดย นิโคล เดดัน (Nicole Daedone) ผู้ก่อตั้งนิกาย The One Taste เพื่ออุทิศตัวในการเผยแพร่ลัทธิ OM

ลัทธินี้เป็นที่นิยมกันมากทางตอนเหนือของแคลิฟอร์เนีย และอีกหลายที่ในอเมริกา ทว่านับเป็นของใหม่สำหรับนิวยอร์ก เจสสิก้าแนะนำให้ผมรู้จักกับมันในฐานะการฝึกฝนทั่วๆไป ไม่ใช่ในฐานะสมาคมลูบไล้คลิตอริส

เธอยังบอกอีกว่า มันเป็นวิถีทางของการกลับไปให้ความสำคัญกับเพศหญิง และถอยห่างจากแนวคิดเดิมๆ ของโลกตะวันตก ที่ผู้ชายมักจะมีอำนาจเหนือผู้หญิงในเรื่องเพศ ซึ่งบ่อยครั้งจะถูกสะท้อนภาพผ่านสื่อบันเทิงสำหรับผู้ใหญ่ เช่น หนังโป๊ ในลักษณะ “ปล่อยให้ผมทำ แล้วคุณก็แสดงออกมาเหมือนคุณชอบมันก็แล้วกัน”

หลังจากครั้งแรกของการควบคุมแรงกระตุ้น ในการทำสิ่งต่างๆ เพื่อความสนุกเหมือนสมัยที่เรียนมัธยมได้สำเร็จ ผมก็หันมาเห็นด้วยกับความคิดดังกล่าวของผู้หญิง และพวกเธอหลายคนก็เคยบอกผมว่า แม้จะสนุกกับการถูกสอดใส่ แต่พวกเธอก็ไม่ค่อยถึงจุดสุดยอดจากการทำเช่นนั้น เพราะผู้ชายมักจะกระแทกกระทั้นอย่างบ้าคลั่งแต่ไม่ค่อยได้ผลสักเท่าไหร่ ถ้าจะให้ได้ผล พวกเธอต้องกระตุ้นตัวเองไปด้วยขณะที่ผู้ชายกำลังลงมือทำ

ผมรู้ตัวดีว่าไม่ใช่คู่นอนที่เก่งเรื่องบนเตียง โดยเฉพาะเรื่องความละเอียดอ่อนทางอารมณ์ ผมเป็นผู้ชายตะวันตก และมักคิดว่าตัวเองใช้ลิ้นเก่งกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ผมสนุกกับเรื่องบนเตียงเสมอ แต่ถามว่าอีกฝ่ายสนุกด้วยหรือไม่? คำตอบแสนจะเจ็บปวด ผมเคยได้รับปฏิกิริยาตอบกลับแบบกำกวมหลายครั้งขณะที่กำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม เช่น “อย่าทำแบบนั้นทุกครั้งสิคะ” หรือ “ที่รัก ฉันคงไปไม่ถึงไหนแน่ ถ้าคุณใช้วิธีนั้น”

ด้วยเหตุนี้ การเปิดใจของผมย่อมมาจากผลประโยชน์ส่วนตัวพอๆ กับเหตุผลอื่นๆ ถ้าการฝึกสมาธิเพื่อจุดสุดยอดเปิดโอกาสให้ผมได้พัฒนาความสามารถในเรื่องบนเตียง (รวมทั้งความสามารถของเพื่อนร่วมเตียง) ผมก็ยินดีที่จะเรียนรู้และให้การสนับสนุน

 

ทำเพื่อเจสสิก้า

ยกเว้นระหว่างที่เรียนไฮสคูล หลังจากนั้นผมไม่เคยสนุกกับความสัมพันธ์โดยปราศจากประสบการณ์ความขัดแย้งอันเนื่องมาจากความหึงหวง ตอนเรียนระดับวิทยาลัย ผมมักติดตาต้องใจสาวๆ ที่มีแรงดึงดูดทางเพศอย่างรุนแรง ครั้งหนึ่งจำได้ว่าผมไปเคาะประตูห้องสาวคนหนึ่งตอนเช้าตรู่ คาดคั้นให้เธอตอบว่าทำไมถึงไม่รับสายที่ผมโทรหากว่า 10 ครั้งตลอดคืน ใช่ ผมเป็นผู้ชายแบบนั้น (และตอนที่ผู้หญิงคนหนึ่งเลิกกับผม ผมก็จะช่วยตัวเองโดยจินตนาการว่าเธอกำลังมีเซ็กซ์กับชายอื่น นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งไม่จำเป็นต้องพูดถึงในตอนนี้)

ผมเจอเจสสิก้าครั้งแรกเมื่อ 6 เดือนก่อน ที่บ้านพักชายทะเลแห่งหนึ่งในแฮมป์ตันส์ เธอเป็นคนคุยสนุกและหลักแหลม มีเพื่อนเก่งๆ และมาจากครอบครัวที่จบมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับไอวีลีกกันทุกคน เจสสิก้าทำงานในฮอลลีวู้ดและประสบความสำเร็จด้วยดี ตอนนั้นผมกำลังรู้สึกห่อเหี่ยว เพราะล้มเหลวจากอาชีพนักแสดง ชีวิตผมเลวร้ายนานหลายปี ในฐานะตลกเดี่ยวไมโครโฟน ผมเคยประสบความสำเร็จไม่น้อย แต่พอถึงช่วงตกอับก็รู้สึกเหมือนดิ่งเหว

ตอนนี้ผมมีภาพชัดเจนเกี่ยวกับตัวเอง บางครั้งสวมแว่นตาอย่างภูมิฐาน ไปร่วมเปิดงานศิลปะโดยมีเจสสิก้าอยู่เคียงข้าง ไม่ต่างจากการพกไอโฟน 5 ผู้คนพยายามเข้าหาเจสสิก้าผ่านทางผม ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนพิเศษขึ้นมาทันที

เจสสิก้าไม่เคยบอกผมตรงๆ เกี่ยวกับลัทธิ OM ที่ผ่านมาผมรู้แค่ว่าเธอชอบไปฝึกสมาธิ ต่อมาเธอเข้าร่วมการฝึกที่ยาวนานตลอดวันบ่อยขึ้น ผมประทับใจในแรงปรารถนาและความมุ่งมั่นของเธอ เธอพูดถึง “การฝึกปฏิบัติ” บ่อยขึ้น เล่าว่ามันให้แรงบันดาลใจและอิสรภาพแก่เธออย่างไร และวันหนึ่งผู้นำลัทธินี้จะเปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างไร ที่สำคัญ ผมเริ่มสังเกตว่า เธอทำเล็บและทำผมบ่อยขึ้น ก่อนจะเดินทางไปที่นั่น

 

โยคะและราคะ

ถึงจุดหนึ่ง เจสสิก้าบอกผมว่าเธอกำลังจะออกเดินทาง และผมไปด้วยได้ถ้าอยากไป แต่ที่นั่นจะเต็มไปด้วยคนที่ร่วมฝึกสมาธิกับเธอ และเธอรู้สึกว้าวุ่นใจ มันเป็นคำเชิญชวนที่แสนจะกำกวม แต่ผมรู้สึกว่าทางที่ดีที่สุดคือมองข้ามมันไป เพราะถ้าไม่ไปผมอาจสูญเสียอะไรหลายๆอย่าง แม้อาจไม่เชี่ยวชาญนักในการไปร่วมงานปาร์ตี้

ผมไม่เพียงไปกับเธอ ทว่ายังไปแต่หัววัน และช่วยเธอเตรียมตัว ดูท่าทางเธอไม่ค่อยเบิกบานและมีอาการเหมือนถูกบังคับ และผมรู้สึกอายๆ เมื่อได้ยินเสียงสัญญาณหน้าประตู ผมต้องวิ่งลงบันไดสามชั้นเพื่อเปิดประตูให้แขกชุดใหม่เข้ามาภายใน

แขกชุดแรกๆ เต็มไปด้วยสาวสวยหุ่นเซ็กซี่มีระดับ จากนั้นแขกผู้ชายก็เริ่มมา ผู้ชายที่ชอบเล่นโยคะ ผมต้อนรับพวกเขาอย่างเต็มที่  และเผลอทักทายด้วยคำพูดห่ามๆ ไปบ้าง เช่น “เฮ้..น้องชายของคุณคงพร้อมนะ ที่นี่มีไก่ให้เชือดเพียบ” แต่หลังจากพูดออกไปผมก็รู้สึกว่าไม่สมควร ขณะที่พวกนั้นยิ้มให้ผมโดยมีแววสงสารอยู่ในนั้น

ผมไม่เคยไว้ใจผู้ชายพวกนี้ ผมเชื่อว่าการเล่นโยคะถ้าฝึกฝนอย่างถูกต้อง เป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ แต่ผมไม่ชอบคำพูดแนวเซ็นที่พวกนี้ใช้ตอนดึกๆ ผมอาจจะคิดผิด แต่ผมคิดว่าคำพูดของพวกเขาจะต้องเต็มไปความเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าคำพูดของเด็กเกรียนทั้งหลาย

อย่างน้อยพวกเกรียนๆ ก็ปากกับใจตรงกันพอที่จะบอกว่า “นี่คุณ ผมไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักหรอก ผมอยากรดบนหน้าคุณ และจะไม่โทรหาคุณอีก” แต่ไอ้หนุ่มโยคะมักจะหลบซ่อนอยู่ใต้หน้ากากแห่งความเคร่งขรึม แม้อยากจะราดรดการหลั่งบนใบหน้าของเธอ และอยากจะโทรหาเธออีก

ชีววิทยาเป็นอย่างที่มันเป็น มีแรงขับบางอย่างที่ส่งผลต่อสัตว์โลกรวมทั้งมนุษย์ ไม่ว่าไอ้หนุ่มโยคะ คนขับรถบรรทุก หรือสิงโตที่อาศัยอยู่ในป่า ไม่ว่าความศิวิไลซ์ระดับไหนก็ไม่สามารถนำเอาสัญชาตญาณที่สั่งสมและถ่ายทอดกันมาออกไปได้

ในงานปาร์ตี้ ผมได้คุยกับสาวน้อยคนหนึ่งจากบรู๊คลีน เธอเปิดร้านอาหารมังสวิรัติเพื่อสุขภาพ เราถกเถียงกันเกี่ยวกับที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของเมืองไรน์เบ็ค, นิวยอร์ก เทียบกับเมืองโพคีปซี่ ผมรู้ว่ามันอยู่ทางตอนเหนือ แต่ไม่แน่ใจว่ามันอยู่ฝั่งซ้ายหรือฝั่งขวาของแม่น้ำฮัดสัน

จากนั้นก็มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งดังมาจากด้านหลัง เธอพยายามทำเสียงเล็กเสียงน้อยในการเล่า “ผู้ชายคนนี้ใช้สองนิ้วของเขาสอดเข้าไปในตัวฉัน สัมผัสทุกส่วนของน้องสาว และทักทายเม็ดทับทิมของฉันไปพร้อมๆ กัน เราขยับตัวไปพร้อมกันอย่างกลมกลืน น้องสาวฉันเต็มไปด้วยความเร่าร้อน…”

อึดใจหนึ่งผ่านไป ผมหันไปหาเจ้าของร้านมังสวิรัติที่เป็นเพื่อนคุยและบอกเธอว่า “โทษนะครับ คุณว่าแปลกๆ มั้ย ที่เรากำลังคุยกันเกี่ยวกับที่ราบริมแม่น้ำฮัดสัน แต่ผมกลับได้ยินผู้หญิงอีกคนพูดถึงที่ราบอันร้อนแรงของเธอ” คู่สนทนาของผมหัวเราะ เราจึงหันไปมองและเงี่ยหูฟัง

ตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นมีคนมาล้อมวงฟังเรื่องที่เธอเล่าประมาณ 10 คน และแล้วเธอก็สรุปว่า “ประเด็นก็คือ ผู้ชายคนนี้มอบความหวังให้แก่ฉัน ว่าสักวันฉันจะมีเซ็กซ์ที่สุขสมกับผู้ชายสักคน อาจจะไม่ใช่สามีของฉัน แต่เป็นใครก็ตามที่ทำให้ฉันมีความสุข”

ช่างน่าตกใจและน่าขัน แต่ผมก็พบว่ามันน่าเจ็บปวดพอๆกัน ผู้หญิงคนนี้ดูจริงจัง ผมปรายตาไปมองเจสสิก้า เธอกำลังคุยอยู่กับไอ้หนุ่มคนหนึ่งอย่างสนิทสนม เขาเป็นคนร่างผอม สูง สวมแจ็กเก็ตสีเขียวของกองทัพ ประเมินแล้วเขาน่าจะอายุน้อยกว่าผมนิดหน่อย และอาจจะเป็นเกย์ ผมจึงไม่ค่อยรู้สึกเหมือนถูกคุกคามสักเท่าไหร่

แต่แล้วผู้หญิงที่เอาเรื่องเร่าร้อนของน้องสาวมาเล่าให้ใครๆ ฟัง ก็ชี้ไปที่ผู้ชายคนนั้นและบอกว่า เขาคือมือวางอันดับต้นๆ ของการใช้มือในการฝึก OM “ยอดเยี่ยมที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา” เธอตอกย้ำ คำพูดดังกล่าวทำให้ผมจ้องมองด้วยสายตาคู่ใหม่ไปยังเจสสิก้า ตอนที่เธอหัวเราะและปัดผมไปด้านหลังอย่างเคอะเขิน ขณะที่คุยกับชายคนนั้น

ผมคิดว่าตัวเองยังรับได้อยู่ แต่มันไม่เป็นเช่นนั้นอีกต่อไป เมื่อเจสสิก้ายื่นนามบัตรให้เขาก่อนที่เขาจะเดินจากไป ผมสัมผัสได้ถึงอารมณ์อันรุนแรงที่พุ่งขึ้นมา มันคือความหึงหวงที่ท่วมท้น ที่ผ่านมาเธอไม่เคยควักนามบัตรให้ผมเลย

 

ถ้าสู้ไม่ได้ต้องเอาไว้เป็นพวก

ผมไม่ได้หึงเฉพาะผู้ชายคนนั้น ผมพบว่าตอนนี้ผมกำลังเจอกับคู่แข่งที่ทรงพลังและไม่ธรรมดา คู่แข่งนั้นมาในนามลัทธิ OM หรือการฝึกสมาธิเพื่อจุดสุดยอด

คืนนั้นผมอยู่ที่ห้องของเจสสิก้า แต่เธอบอกว่าเรามีเซ็กซ์กันไม่ได้ ผมบอกเธอว่าถ้ามีเซ็กซ์กันไม่ได้ ต่างฝ่ายต่างช่วยตัวเองก็แล้วกัน เจสสิก้าบอกว่าการช่วยตัวเองไม่สอดคล้องกับหลักการของ OM เธอบอกว่าเราจะกลับมามีเซ็กซ์กันอีกครั้ง หลังจากที่ผมผ่านการฝึกอบรมจนเก่งในการกระตุ้นคลิตอริสตามหลัก OM

ก็แฟร์ดี ผมบอกตัวเอง แต่เมื่อการฝึกเริ่มต้น ผมกลับรู้สึกเป็นทุกข์ ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเลือกว่าใครจะเป็นคู่ฝึกของเธอ แล้วถ้าผมเป็นคนสุดท้ายที่ถูกเลือกล่ะ หรือแย่ไปกว่านั้น ถ้าไม่มีใครเลือกผมเลยล่ะ หรือคนที่เลือกผมเป็นสาวแก่ล่ะ ผมจะทำยังไง

ผมรับฟังมามากจนพอจะเข้าใจว่าโปรแกรมการฝึกเป็นอย่างไร มันเป็นเซ็กซ์ที่ค่อยๆ ดำเนินไป และเน้นหนักที่จุดเดียว โดยผู้หญิงเป็นฝ่ายได้รับการปรนเปรอสิ่งที่เธอต้องการ ยอมรับว่าผมรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจ ณ จุดหนึ่งผมคิดว่า OM คือการเคลื่อนไหวที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากการปลดปล่อยจิตวิญญาณ แต่อีกด้านผมกลับคิดว่า มันก็ไม่ต่างจากเซ็กซ์คลับที่แปลงโฉมมาให้ดูมีความลึกซึ้งมากขึ้นเท่านั้นเอง

ถ้า OM คือลัทธิความเชื่อเพื่อการแสวงหาทางจิตวิญญาณจริงๆ แล้วทำไมผมจึงได้รับอีเมลแบบนี้-หากคุณจองคอร์ส OM เจ็ดครั้งวันนี้ คุณจะได้ส่วนลด 47 ดอลลาร์ ส่วนลดหมดเขตวันนี้ตอนเที่ยงคืน และคุณจะมีสิทธิเข้าถึงฮ็อตไลน์สายด่วนของครูฝึก

 

ผู้นำลัทธิ

ก่อนที่ผมจะไปเข้าคอร์สแบบเต็มวัน ผมก็ไปฟัง นิโคล เดดัน ผู้ก่อตั้ง The One Taste และเป็นผู้นำในการเผยแพร่ลัทธิ OM เดดันไปเปิดบรรยายพิเศษโดยไม่เก็บเงินที่บ้านหลังกะทัดรัดในมิดทาวน์ เดดันปรากฏตัวท่ามกลางเสียงปรบมืออย่างกึกก้อง เธอเป็นคนร่าเริงสดใส เต็มไปด้วยความรู้และไม่เสแสร้ง เธอพูดถูกเกี่ยวกับเซ็กซ์แบบผู้ชายเป็นใหญ่ในโลกตะวันตก เซ็กซ์ที่เน้นเป้าหมายมากเกินไป เซ็กซ์ที่ผู้หญิงเป็นฝ่ายถูกกระทำ และต้องเล่นไปตามเกม สุดท้ายก็ทิ้งไว้แต่ความห่างเหินและไม่ค่อยสุขสมใจทั้งสองฝ่าย

เธอยังอธิบายว่า การบรรลุจุดสุดยอดนั้น จะทำให้โลกรอบตัวของผู้หญิงดีขึ้นได้อย่างไร นั่นคือพวกเธอจะดูดีขึ้น ทำงานหาเงินได้มากขึ้น และใช้ชีวิตแบบคนที่เข้าถึงจุดสุดยอดของชีวิต พวกเธอ “จะเติบโตและเปล่งประกาย” ฟังดูเหมือนเซลส์แมนกำลังปิดการขาย แต่ผู้คนจำนวนมากในที่นั้นต่างพากันยินดีที่จะซื้อ

เดดันปิดการบรรยายด้วยการส่งท้ายแบบดราม่าสุดๆ ด้วยเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา ว่าเธอไม่ได้เป็นเพียงผู้รับ แต่ยังเป็นผู้ให้หรือผู้กระทำ ที่ทำให้กลีบเนื้อของสาวคู่ฝึก “เต้นเร่า” ด้วยความเสียวซ่านมานักต่อนักแล้ว เธอควรจะโชว์การเล่นเสียวกับตัวเอง พุ่งตรงไปที่น้องสาว แล้วนำมันออกมาหลอมรวมเข้ากับจักรวาล เหมือนวาทยกรผู้เชื่อมั่นในพระเจ้ากำลังกำกับวงออร์เคสตราให้บรรเลงเพลงซิมโฟนีของบีโธเฟน

ผมรู้สึกเครียดเกร็ง อ้างว้าง และไม่รู้สึกถึงเรื่องเพศแม้แต่น้อย เมื่อพบว่าตัวเองต้องเข้าคอร์ส OM ในวันพรุ่งนี้

 

ผมเริ่มตระหนักว่าตัวเองคิดผิดไป OM ไม่ใช่สิ่งที่น่าชิงชัง แต่เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการพูดคุยอย่างจริงจังของคนที่น่านับถือและเปราะบาง บางคนไม่เคยมีความสุขสุดยอดมาเป็นปี บางคนต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันแนบแน่น”

 

การฝึกฝน

เจสสิก้ากับผมเริ่มทะเลาะกันมาสักพัก ผมตะโกนใส่เธอในแท็กซี่ และเธอไม่ตอบอีเมลของผมนานหลายวัน ผมตกอยู่ในอาการห่อเหี่ยว หดหู่ และไม่แน่ใจว่าเธอยังอยากเข้าร่วมการฝึกอบรมอยู่หรือเปล่า สิ่งสุดท้ายที่เจสสิก้าบอกผมก็คือ “อารมณ์ร้ายของผมทำให้เธอกลัว”

แรกสุดผมตัดสินใจไปร่วมอบรม เพราะอยากให้ตัวเองกับเจสสิก้ามีความสุขทางเพศด้วยกัน และกลายเป็นคู่รักกันจริงๆ แต่ตอนนี้เหตุผลของการเข้าร่วมมีมากกว่าเรื่องจิตวิญญาณ ผมไม่ต้องการและไม่เชื่อในการตื่นรู้อย่างที่ OM ป่าวประกาศ ตอนนี้ผมรู้สึกมั่นใจในตัวเอง และมอง OM เป็นศัตรู ผมไม่ได้อยู่กับผู้หญิงที่ผมอยากได้ใจจะขาดนานถึงสองเดือน ผมอยากไปฝึกอบรม ใช้นิ้วกับบางคน กับผู้หญิงคนไหนก็ได้ จากนั้นก็เปิดโปงมันออกมาในฐานะธุรกิจขายความสุขอย่างที่มันเป็น

อาคารหลังนั้นอยู่ในโซโห ห้องฝึกอัดแน่นไปด้วยผู้คนมากกว่า 100 คน หลากหลายเชื้อชาติและปูมหลัง อายุเฉลี่ยประมาณ 40 ปี หลังจากปรายตามองผ่านๆ กลางฝูงชน ผมก็แทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งอย่างคล่องแคล่ว ในฝูงชนกลุ่มหนึ่งผมเห็นเจสสิก้าอยู่ตรงนั้น เธอดูผ่อนคลาย มีความสุข และมีที่ว่างอยู่ข้างๆ

ทันทีที่เดดันปรากฏตัวต่อหน้าฝูงชน ผมรู้สึกว่ารังสีของเธอแตกต่างไป เธอไม่ใช่นักขายเหมือนที่ผมเคยสัมผัส แต่กลายเป็นกูรูผู้คงแก่เรียน เธอมาพร้อมกับจิตใจที่ลุกโชนเหมือนเปลวไฟ ตลอด 10 นาทีที่เธอพูด เธอมอบประเด็นที่น่าถกเถียงแก่ทุกคนที่อยู่ในห้อง

ผมเริ่มตระหนักว่าตัวเองคิดผิดไป OM ไม่ใช่สิ่งที่น่าชิงชัง แต่เป็นสิ่งที่น่าสรรเสริญ สิ่งที่เกิดขึ้นคือการพูดคุยอย่างจริงจังของคนที่น่านับถือและเปราะบาง บางคนไม่เคยมีความสุขสุดยอดมาเป็นปี บางคนต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันแนบแน่น

ห้องประชุมร้อนรุ่มขึ้นเรื่อยๆ อากาศอันอบอ้าวทำให้ผมรู้สึกแย่และเริ่มชักกระตุก ผมเริ่มคิดทบทวนเกี่ยวกับความร้อน แล้วบางอย่างก็เกิดขึ้น ผู้หญิงรัสเซียคนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่ซ้ายมือถามผมว่า เธอขอวางมือตรงหลังศีรษะของผมได้หรือเปล่า ผมบอกว่าได้ คิดว่าเธออยากเอามือมาวางบนด้านหลังที่นั่งของผม แต่จริงๆแล้ว เธอเอามือวางบนท้ายทอยของผมอย่างช้าๆ ค่อยๆ บีบนวดหนังศีรษะของผมอย่างนุ่มนวล ไม่นานความร้อนในร่างกายของผมก็ลดลง ผมสามารถกลับไปสนใจคนในกลุ่มได้อีกครั้ง

หลังจากการพูดคุยผ่านพ้นไป คราวนี้ก็ถึงเวลาฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับ OM ผมยังคงแห้งเหี่ยวกับการอยู่กับเจสสิก้า แต่ผมรู้สึกว่าพลังความเครียดอาจทำให้เธอเปลี่ยนไป และทำให้ผมได้กลับไปคืนดีกับเธอ ผมอยากมีฝีมือด้าน OM ผมกับเจสสิก้าตกลงกันว่าจะจับคู่ฝึก OM กับคนอื่น

ผมบอกผู้หญิงที่นั่งข้างๆ ผู้ยื่นมือเข้ามาช่วย ว่าขอตอบแทนความกรุณาของเธอ เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารัก และผมคิดว่าจะสามารถทำให้เธอส่งเสียงครางออกมาได้ และดังจนได้ยินไปทั้งห้อง บางทีเสียงนั้นอาจทำให้เจสสิก้ารู้สึกหึงหวงขึ้นมาบ้าง

 

เริ่มปฏิบัติการ

ก่อนที่เราจะจัดเตรียมที่ฝึก (ประกอบด้วยหมอน เสื่อโยคะ ผ้าเช็ดตัว และน้ำมันหล่อลื่นสำหรับการนี้โดยเฉพาะราคากระปุกละ 15 เหรียญ) และเริ่มการฝึกที่ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เดดันพูดถึงเทคนิคบางอย่างของการฝึกฝน

ผู้ชายจะได้รับแจกดินสอเบอร์ 2 พร้อมกับคำสั่งให้ลูบไล้ปลายดินสอด้านที่มียางลบอย่างแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วการลงมือทำจริงก็เริ่มขึ้น เดดันกำลังจะโชว์ให้ทุกคนได้เห็น ผู้หญิงคนหนึ่งเดินออกไปหน้าห้อง ถอดเสื้อผ้าออก และขึ้นไปนอนบนโต๊ะด้วยร่างอันเปลือยเปล่า แยกขาออกจากกัน มันเหมือนกับการบูชายัญของคนโบราณ พวกเราพยายามหามุมที่มองเห็นได้ชัดเจน บางคนถึงกับขึ้นไปยืนบนเก้าอี้

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ทุกคนใจกระเจิง ทุกอย่างดำเนินไปอย่างลื่นไหล เดดันกับคู่ของเธอเข้าขากันได้อย่างกลมกลืน และเป็นไปอย่างธรรมชาติ ไม่ใช่การเสแสร้างแกล้งทำ

จากนั้นก็ถึงเวลาของผมบ้าง ผมเห็นเจสสิก้ากำลังยืดตัว เหมือนเธอถูกครอบงำด้วยราคะ ผมเริ่มวางแผนกับผู้หญิงที่ช่วยชีวิตของผมไว้ เจสสิก้าไม่มีปัญหาในการหาผู้ชายมาเป็นคู่ฝึก เขาเป็นคนหัวล้าน ไม่ใช่ผู้ชายที่น่ามองในสายตาคนทั่วไป ผมไม่เกลียดเขา แต่ขณะเดียวกันผมรู้ดีว่าเขาจะได้ยลโฉมน้องสาวที่สวยงามของเจสสิก้าเป็นขวัญตา

โชคดีที่ผมอยู่ห่างออกมาอีกด้านหนึ่งของห้อง แม้ผมจะไม่หึง และพยายามยึดคำพูดที่ว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องเซ็กซ์” แต่มันก็ทำใจลำบากหากได้ยินเสียงครวญครางของเจสสิก้าตอนที่ชายคนนั้นลูบไล้น้องสาวของเธอ ขณะที่ผมก็กำลังลูบไล้น้องสาวของผู้หญิงอีกคนหนึ่ง

ก่อนลงมือเราตั้งเวลาไว้ 13 นาที ทันทีที่เริ่มต้นผมก็เจอปัญหาเกี่ยวกับการสวมถุงมือ และการวางท่าที่ถูกต้องตามแนวทางของโยคะ น่าเศร้า ขณะที่เวลามีจำกัด ผมกลับยิ่งรู้สึกประสาทเสีย จังหวะนั้นผมรู้สึกเหมือนสิ่งดีๆ ของตัวเองสูญหายไป ผมกำลังกลายเป็นตัวประหลาด อารมณ์ขันทั้งหมดมลายไป ขณะที่คู่ของผมอดทนมาก จากนั้นก็มีทีมงานเข้ามาคอยช่วยบอกกล่าวและชี้แนะ ผมรู้สึกเหมือนมีเทวดามาโปรด

ในที่สุดด้วยความช่วยเหลือของครูฝึก ผมก็พบคลิตอริสของคู่ฝึกและติดตามความเคลื่อนไหวของมันไป ถึงจุดหนึ่งผมก็สูญเสียมันไปอีก “ขอโทษครับ” ผมไปขอร้องครูฝึก “ช่วยผมหาคลิตอริสของเธออีกทีได้มั้ยครับ” เธอช่วยผมอีกครั้ง

ผมมองไปที่ผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งซึ่งกำลังอ้าขากว้าง ห่างจากผมไปประมาณ 10 ฟุต เธอกำลังส่งเสียงครวญคราง ผมจำได้ว่าความรู้สึกตอนนั้นคือมันช่างมหัศจรรย์และเหนือจริง เหมือนสิ่งที่หลุดออกมาจากหนังของเฟลลินี่ ดูเหมือนผู้หญิง 8 คน กำลังถึงจุดสุดยอดและส่งเสียงครวญคราง แต่ผมไม่ได้ยินเสียงครางจากคู่ฝึกของตัวเองแม้แต่น้อย

จากนั้น ถึงเวลาที่เราจะต้องให้ภาพว่าเรารู้สึกอย่างไร และปฏิกิริยาของเราเป็นอย่างไร เกือบทุกคนบอกว่าพวกเขาถูกกระตุ้นจนถึงจุดสุดยอด ผู้หญิงคนหนึ่งถึงขั้นประกาศว่า เธอถึงจุดสุดยอดติดต่อกันหลายครั้ง เมื่อถึงรอบของเจสสิก้า เธอบอกว่าเธอรู้สึกมีความสุขอย่างเต็มที่ ขณะที่คู่ของเธอ-คุณลุงผมแดง-บอกว่า เขารู้สึกเหมือนกำลังเล่นกีตาร์ บรรเลงบทเพลงแห่งการร่วมรัก

เมื่อการพูดวนมาถึงคู่ของผม ผมต้องพยุงตัวเองไว้ ผมจะไม่แปลกใจเลยถ้าเธอจะบอกทุกคนทำนองว่า “ชาวอเมริกันเห่ยๆ นี่ ทำอะไรไม่ได้เรื่องเลยสักนิด” แต่จริงๆ แล้ว เธอกลับบอกว่า “รู้สึกเหมือนหัวหมุนติ้ว” เธอยังบอกในกลุ่มย่อยที่มีเจสสิก้ารวมอยู่ด้วยว่า ผมทำให้เธอปวดหัว

ผมบอกว่า “ผมได้รับมุมมองใหม่”

มุมมองใหม่…ให้ตายเถอะ หลังจากพูดออกไป ผมอยากจะฆ่าตัวตายจริงๆ

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเจสสิก้าจบลงแบบยับเยิน ผมไม่เคยได้นอนกับเธออีกเลย แม้เราจะนัดทานอาหารด้วยกันครั้งหนึ่ง แม้จะมีอารมณ์แต่ผมก็แยกตัวมาก่อนที่จะได้อยู่กับเธอ เราทะเลาะกันหลายหน และเพื่อนๆ ชาวลัทธิ OM ของเธอบอกว่า เธอกำลังพยายามข่มใจไม่อยากจะมีอะไรกับผมอีก

ผมไม่เคยกลับไปฝึก OM แต่ผมมักจะเข้าร่วมทุกครั้งหลังจากที่รู้สึกว่าชีวิตช่างจืดชืด

 

ฝึกด้วยตัวเอง

ด้วยความที่ไม่ต้องการให้ประสบการณ์ทั้งหมดต้องสูญเปล่า ผมพยายามทำ OM ครั้งหนึ่งด้วยตัวเอง โดยอยู่นอกเหนือจากโครงสร้างและสภาพแวดล้อมของ OM มันเกิดขึ้นกับสาวใช้บ้านตรงข้าม คนที่ผมเคยมีเซ็กซ์มาก่อนแล้ว

ผมไม่เสียเวลาอธิบายแง่มุมด้านจิตวิญญาณให้เธอฟัง เธอตื่นตัวทันทีที่ผมลงมือ และเริ่มหมุนตัวเป็นวงกลม สะโพกของเธอลอยขึ้นจากพื้น พร้อมกับเสียงร่ำร้อง “เอาฉันทีๆ” เพียง 3 นาที หลังจากผมใช้มือทำ OM ให้เธอ

ผมพยายามบอกเธอว่า สิ่งที่กำลังทำอยู่นั้นมันไม่เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์ แต่คุณก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่การสร้างบรรยากาศและความเคลื่อนไหวเพื่อไปสู่จุดสุดยอดนั้น จะเกิดขึ้นแล้วบอกว่าไม่เกี่ยวกับเซ็กซ์

คุณคิดว่ามันเป็นไปได้หรือ?