Sexy Net Idol เหรียญสองด้านของความเซ็กซี่

ยิ่งนับวัน คำว่า “เน็ตไอดอล” (Net Idol) ยิ่งแพร่หลายในสังคม ไม่เฉพาะในสื่อออนไลน์ที่ให้กำเนิดมันขึ้นมา ทว่าได้รับการพูดถึงอย่างกว้างขวางทั้งในสื่อออฟไลน์และในบทสนทนาของผู้คน โดยเฉพาะเน็ตไอดอลแนวเซ็กซี่ที่สร้างความฮือฮาออกมาเป็นระลอก เพื่อความทันยุคทันสมัย “รจริน รุจิรา” ไปสืบค้นข้อมูลจากหลายแหล่ง (ขอบคุณทุกแหล่งข่าวไว้ ณ ที่นี้ ทั้งที่ปรากฏในโลกออนไลน์และออฟไลน์) นำมาคัดสรรและเรียบเรียงให้พอเห็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเน็ตไอดอลตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

 

เน็ต ไอดอล” คือใคร?

คำตอบที่รวบรัดที่สุดก็คือ “บุคคลสาธารณะที่โด่งดังในโลกออนไลน์” และมีคนพยายามอธิบายให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ว่าเน็ตไอดอลคือคนที่ไม่ได้เป็นดารามาตั้งแต่แรก เป็นคนธรรมดาที่มีโซเชียลเน็ตเวิร์กเป็นช่องทางนำเสนอตัวเอง เมื่อได้รับความสนใจมีแฟนคลับมากขึ้นเรื่อยๆ ก็กลายเป็นคนดัง มีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิง มีแบรนด์สินค้าต่างๆ จองตัวเป็นพรีเซนเตอร์หรือโปรโมตสินค้า บางคนก็กลายเป็นดารานักร้องในที่สุด

ไม่เพียงเท่านั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านเน็ตไอดอลยังเจาะลึกลงไปอีกว่า เน็ตไอดอลในปัจจุบันมีอยู่หลายประเภท ไม่ได้จำกัดแค่คนหน้าตาสวยหล่อและโปรไฟล์ดี แต่หลายคนแจ้งเกิดจากศัลยกรรมทำสวย กลายเป็นกูรูความงามให้คนติดตาม บางคนมาแนวให้ความรู้ สอนร้องเพลง สอนแต่งหน้า มีไม่น้อยอาศัยความฮาตลกขบขันมาเป็นจุดขาย และจำนวนมากแจ้งเกิดด้วยแนวเซ็กซี่ สร้างยอดไลค์ให้แฟนคลับหนุ่มๆ ติดตามเป็นหมื่นเป็นแสนไลค์ในเวลาอันรวดเร็ว

 

ย้อนอดีตเน็ตไอดอล

ผู้เชี่ยวชาญสำนักหนึ่งบอกว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว เว็บไซต์ต้นกำเนิดเน็ตไอดอลของเมืองไทยคือ dek-d.com เพราะเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นบนโลกออนไลน์ ในช่วงที่กระแสโซเชียลเน็ตเวิร์คยังไม่ค่อยฮอตฮิตสักเท่าไหร่ การมีเว็บบอร์ดหรือกระทู้เพื่อแบ่งปันสาระบันเทิงและแชร์รูปภาพจึงเป็นเทรนด์ฮิตในช่วงนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทู้แชร์รูปภาพของคนหน้าตาดี เป็นดาว-เดือนของแต่ละโรงเรียนแต่ละมหาวิทยาลัย นั่นคือการแจ้งเกิดเน็ตไอดอลหรือคนดังบนโลกอินเทอร์เน็ตยุคแรกๆ หลายคนที่โชคดีก็มีโอกาสได้เข้าไปทำงานในวงการบันเทิง เป็นดารานักร้องวัยใสโด่งดังกันไป

ตัวอย่างของเน็ตไอดอลยุคแรกๆ ได้แก่ บอลลูน พินทุ์สุดา, แตงโม ภัทรธิดา, เบเบ้ ธัญชนก, โฟร์ ศกลรัตน์, เต้ย จรินทร์พร, ฯลฯ

ยุคต่อมาเมื่อโซเชียลมีเดียอย่าง Hi5, Facebook, Instagram เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ปริมาณความอยากเป็นเน็ตไอดอลของวัยรุ่นที่หวังดังทางลัดก็มากตาม โดยเฉพาะในช่วง 3-4 ปีมานี้มีเน็ตไอดอลเกิดขึ้นมากมายละลานตา

ผู้เชี่ยวชาญจากอีกสำนักย้ำที่มาของเน็ตไอดอลด้วยข้อมูลใกล้เคียงกัน ว่าคนกลุ่มนี้มีมาประมาณ 8-9 ปีแล้ว ต้นกำเนิดคือเว็บไซต์วัยรุ่นและเว็บบอร์ดชื่อดัง กลุ่มที่ชื่นชอบเน็ตไอดอลส่วนใหญ่จะเป็นวัยรุ่นมัธยม และในยุคนั้นเน็ตไอดอลไม่ได้มีเยอะขนาดนี้ จนกระทั่งการเข้ามาของโซเชียลเน็ตเวิร์กที่เติบโตอย่างเต็มที่ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

เน็ตไอดอลมาเบ่งบานช่วงที่สังคมออนไลน์เฟื่องฟู ทุกวันนี้ประชากรในประเทศใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กกันอย่างมโหฬาร นับเฉพาะเฟซบุ๊ก 28 ล้านยูสเซอร์ เกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรจริง เป็นเครื่องสะท้อนว่าเครือข่ายสังคมออนไลน์ไม่ใช่เครือข่ายเล็กๆ อีกต่อไป ยิ่งสมาร์ทโฟนราคาถูกลง แพ็กเกจมือถือมีให้เลือกหลากหลาย การเข้ามาเป็นพลเมืองเน็ตก็ง่าย การเข้าถึงเน็ตไอดอลก็เลยง่ายตามไปด้วย

 

เน็ตไอดอลหลากหลายประเภท

นี่ก็มาจากผู้เชี่ยวชาญ…หรือถ้าไม่เชี่ยวชาญก็เป็นผู้ที่สนใจเรื่องเน็ตไอดอลเป็นพิเศษ โดยคนกลุ่มนี้บอกไว้ว่า ถ้าหากเอาเน็ตไอดอลในเมืองไทยมาแยกย่อย สามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภท ประเภทแรกคือเน็ตไอดอลที่คนอื่นชื่นชมและยกย่องให้เป็นเองโดยไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น เพราะความสวยความน่ารักมันเตะตาก็มีคนมากรี๊ดเอง เรียกว่าได้ตำแหน่งมาเพราะหน้าตาล้วนๆ

ประเภทที่สองคือเน็ตไอดอลที่ wanna be คืออยากมี อยากเป็น อยากเด่น อยากดัง พยายามสร้างภาพที่สวยหรูดูดีและทำเหมือนมีคนติดตามผลงานเยอะ ความจริงกระแสเงียบสนิทแต่ก็พยายามโปรโมทตัวเองตลอดเวลา เน็ตไอดอลประเภทนี้มักจะซีเรียสกับยอดไลค์ ยอดเมนต์ ยอดฟอลโลว์ ถ้าวันไหนยอดไลค์น้อย อาจถึงขั้นลบรูปนั้นทิ้งไปเลย บางคนแต่งรูปให้แบ๊วเกินจริงก็มี

ประเภทที่สามเน้นคำคมและมุกตลก หรือมีคาแร็กเตอร์เป็นของตัวเอง ความจริงพวกนี้เกิดยากหากเทียบกับสองประเภทแรก แต่ถ้าดังเปรี้ยงเมื่อไหร่แรงไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว

 

พิมพ์นิยม” เน็ตไอดอล

สำหรับสาวๆ ไม่ว่าเน้นลุคสวยใสหรือเซ็กซี่ มีคนช่างสังเกตและเข้าใจเทคนิคการสร้างภาพสรุปลักษณะร่วมของเน็ตไอดอลส่วนใหญ่ให้ฟังว่า รูปภาพที่เอามาโพสต์กว่า 90% จะออกมาบล็อกเดียวกัน เพราะพวกเธอมีเคล็ดลับในการสร้างภาพแบบเดียวกัน

ประการแรก ไอเทมสำคัญที่ขาดไม่ได้คือ “บิ๊กอาย” บางคนบิ๊กจนตาโตเป็นไข่ห่าน มาพร้อมกับอายไลเนอร์ความหนา 5 มิลลิเมตร ต่ำกว่านี้ไม่ได้เดี๋ยวคนดูจะไม่เห็นความสวย

ประการที่สอง การจัดองค์ประกอบจัดท่าทางก็สำคัญไม่แพ้กัน ไม่เคยมีใครถ่ายหน้าตรงเหมือนรูปติดบัตรประชาชน โดยทั่วไปต้องเอียงหน้า 45 องศา ซ้ายหรือขวาแล้วแต่มุมสวย และอาจเพิ่มดีกรีความฮอตด้วยภาพลักษณ์แบบสาวเซ็กซี่ขี้เล่นโดยเฉพาะเวลาไปทะเล

ประการสุดท้าย อันนี้สำคัญมากกับขั้นตอนการปรับและตกแต่ง เรียกแบบวัยรุ่นว่า “สวยด้วยโฟโต้ช็อป” เพราะสามารถปรับสีผิว ลดสิว ลดจุดด่างดำ หรือแม้กระทั่งปรับยกโครงหน้า ให้คางเรียว หน้าแหลม จมูกโด่ง แบบไม่ต้องง้อศัลยกรรม และวิวัฒนาการการเปลี่ยนคนด้วยคอมพิวเตอร์ ยังได้ให้กำเนิดสิ่งมหัศจรรย์ที่เรียกว่า “แอป (พลิเคชั่น)” บนไอโฟนและแอนดรอยด์ ซึ่งหลายๆ แอปสามารถเสริมเติมแต่งและปรับสภาพหนังหน้าของพวกเธอได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที

 

จิตวิทยาเบื้องหลังเน็ตไอดอล

ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาบอกว่า การที่เด็กวัยรุ่นชอบโชว์ก็เพราะต้องการการยอมรับจากเพื่อนๆ และสังคม ต้องการยอดไลค์ยอดแชร์ในเฟซบุ๊กหรือโซเชียลมีเดีย ทุกคนต้องการมีตัวตน ไม่ใช่เฉพาะยุคนี้ หากเป็นมาแต่ไหนแต่ไร เพียงแต่รุ่นก่อนๆ เลือกเข้าสังคมด้วยการทำกิจกรรมหรือมีผลการเรียนชั้นเลิศ แต่สมัยนี้ง่ายกว่าที่จะสร้างการยอมรับผ่านรูปลักษณ์ภายนอก ความสวย ความหล่อ ความเซ็กซี่ พวกเขาเลยนิยมสื่อสารด้วยภาพเป็นหลัก เพราะเผยแพร่ง่าย-ได้ฟีดแบ็กเร็ว

แต่ขณะเดียวกันถ้าใช้มากเกินไป หรือจับโลกจริงกับโลกเสมือนมาผสมกันจนแยกไม่ออก หลายคนจะเริ่มสับสนว่าอัตลักษณ์แท้จริงของตัวเองคืออะไร ทำให้เด็กยุคนี้มีหลายตัวตน ขณะเดียวกันก็สนใจแต่เรื่องตัวเอง เอาตัวเองเป็นศูนย์กลางและเห็นใจคนอื่นน้อยลง
เน็ตไอดอลเซ็กซี่

เขาว่า 7 คนนี้คือสุดยอดแห่งยุค

“เขา” ในที่นี้คือเว็บไซต์ “ไปไหนดี” (www.painaidii.com) ที่เพิ่งจัดอันดับ “7 สุดยอดสาวเน็ตไอดอลไทย สุดเซ็กซี่” นำออกเผยแพร่เมื่อปลายปีที่ผ่านมา “รจริน” ขอทำหน้าที่แค่ผู้นำสาร ไม่ขอออกความเห็นใดๆ อยากให้ทุกคนใช้วิจารณญาณของตัวเองตามอัธยาศัย

 

netidol1

1. มุกกี้-หน้าเกาหลีเซ็กซี่สุดแรง: กำลังฮือฮาเป็นอันดับต้นๆ ของโลกไซเบอร์ ด้วยลุคผมสั้นสดใส สไตล์การแต่งตัวเท่ๆ หน้าตาสะสวยสไตล์เกาหลีแต่หุ่นเซ็กซี่ชนิดที่เซ็กซี่สตาร์หลายคนต้องหลีกทางให้ พ่วงด้วยนิสัยขี้เล่นเป็นกันเอง หุ่นอวบอึ๋ม36-24-35 ที่ยืนยันว่าแม่ให้มา 100% ทำให้มีแฟนคลับมากมายมาตามติดชีวิตเธอ จนยอดการติดตามในเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ทะลุหลักแสนไปนานแล้ว

 

netidol2

2. มันแกว-เจ้าของฉายา “นมคุณธรรม”: อวดหน้าอกหน้าใจที่แม่ให้มาไซส์บิ๊กเบิ้มให้บรรดา“ทาสนม” ทางโลกไซเบอร์ได้เชยชมแบบไม่แคร์สื่อ ด้วยเหตุผล“แม่ให้มาเยอะเลยแบ่งปันเพื่อทุกคน” ความแรงของมันแกวกลายเป็นกระแสสังคม มีทั้งชอบและไม่ชอบเป็นจำนวนมาก แต่เธอไม่สนใจ เดินหน้า “แจกนม” ต่อไป ด้วยเหตุผลที่ว่า “หนูไม่ได้ขายตัว หนูให้ดูนมฟรี” และ “เป็นผู้หญิงที่มีคุณค่าหรือไม่มีคุณค่าอยู่ที่การกระทำและการคิดดีทำดี ไม่เกี่ยวกับการแต่งกายแต่อย่างใด” แต่ยิ่งออกตัวแรงยอดฟอลโลว์ของเธอในเฟซบุ๊กก็ยิ่งพุ่ง ตอนนี้ทะลุ 400,000 คนไปเรียบร้อยโรงเรียนมันแกว

 

netidol3

3. เพียว สุมาภรณ์-เจ้าของลีลา “แน่นอก” อันลือเลื่อง: ลีลาการเต้นคัฟเวอร์“แน่นอก” ที่เรียกยอดวิวกว่า 10 ล้านวิวของเธอ กลายเป็นภาพติดตาของหนุ่มๆ ไซเบอร์ได้เป็นอย่างดี ส่งผลให้มีภาพเซ็กซี่อื่นๆ ติดตามมา ทั้งการถ่ายแบบ เป็นพิธีกร จุดเด่นที่สำคัญของเพียว นอกจากความสดใสน่ารักตามสไตล์เน็ตไอดอลทั่วไป สัดส่วน34-24-34 ของเธอกับภาพที่ขยันปล่อยออกมาให้หลายคนได้สัมผัส ทำให้ยอดการฟอลโลว์ในเฟซบุ๊ก ของเธอเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ทะลุ 300,000 คนแล้ว

 

netidol4

4. เนย ประมาณนั้นแหละ-ตุ๊กตายางเมืองไทย: ยอดการติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 600,000 คน ทำให้ชื่อ“เนย ประมาณนั้นแหละ” เป็นอีกหนึ่งเน็ตไอดอลที่ร้อนแรงด้วยหน้าตาน่ารักคล้ายตุ๊กตายาง บวกกับการแต่งกายและลีลาการโพสท่าที่ทำเอาหนุ่มๆ ตาโตเมื่อได้เห็น ทำให้ทุกรูปที่เธอโพสต์หรือทุกสเตตัสที่อัพเดต ต้องมีคนกดไลค์มากกว่าพันคน

 

netidol5

5. จ๊ะเอ๋ กฤษณา-น่ารัก เซ็กซี่: ปากนิด จมูกหน่อย บวกกับรูปร่างทรวดทรงที่แม่ให้มาเกินพิกัด และผิวขาวเนียนละเอียดคล้ายตุ๊กตา ทำให้ภาพที่เธอถ่ายไม่ว่าจะอัพลงไอจีหรือเฟซบุ๊กมีคนตามกดไลค์กันถล่มทลายแม้ทุกวันนี้จะมีเพจแอนตี้เธอเกิดขึ้นในโลกไซเบอร์ แต่ก็ไม่ทำให้ยอดการติดตามลดลงแต่อย่างใด

 

netidol6

6.อลิซ-เต้าสะบึม: หน้าตาน่ารัก ดูใสๆ แต่หน้าอกหน้าใจไซส์บิ๊กเบิ้ม ถ้าดูรูปแค่ใบหน้าจะรู้สึกว่าเธอแบ๊วสุดฤทธิ์ แต่พอขยับลงมาให้เห็นแบบเต็มตาก็ต้องตกตะลึงไปกับทรวดทรงของเธอ เพราะแทบทุกรูปโชว์ลีลาเซ็กซี่แบบสาวน่ารักได้อย่างลงตัว ทำให้เฟซบุ๊กของเธอกลายเป็นแหล่งรวมของบรรดา“คนรักนม” และ “คนปลื้มสาวแบ๊ว” ได้ครอบคลุมที่สุด

 

netidol7

7. ป็อกกี้ มิ้งค์-พริตตี้ที่ใครๆ ก็หลงรัก: ด้วยลุคใสๆ แต่หน้าตาและรูปร่างค่อนไปทางเซ็กซี่ ทำให้มีงานถ่ายแบบและงานพริตตี้เซ็กซี่บ่อยครั้ง จนติดเป็นภาพลักษณ์ของเธอไปเสียแล้วทั้งที่เธอยืนยันว่าไม่ได้ชอบขายความเซ็กซี่ แต่งานที่มีดันเป็นแนวนี้ซะส่วนใหญ่ เลยปฏิเสธภาพที่ตามมาไม่ได้ตอนนี้ยอดฟอลโลว์ในเฟซบุ๊กของเธอมีอยู่เฉียด 300,000 คน

เห็นด้วยหรือไม่…ไปว่ากันเองนะจ๊ะ “รจริน” ไม่เกี่ยว

 

เหรียญอีกด้านของความเซ็กซี่

แน่นอน…เมื่อมีคนชื่นชอบก็ย่อมมีคนชิงชัง ยิ่งเป็นเรื่องที่ล่อแหลม คาบลูกคาบดอกระหว่างเสรีภาพในการแสดงออก กับการยึดมั่นถือมั่นในความดีงามและศีลธรรมอันดีตามขนบธรรมเนียมดั้งเดิม ไม่ใช่เฉพาะ 7 เซ็กซี่เน็ตไอดอลแถวหน้าที่เอ่ยชื่อมา แต่รวมไปถึงการนำเสนอความเซ็กซี่ของสาวๆ ทุกกลุ่มในสังคม ก็มักจะมีเสียงติฉินนินทาติดตามมา

เท่าที่มีข้อมูลอยู่ในมือ จิตแพทย์รายหนึ่งเคยให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “การสร้างตัวเองทางอินเทอร์เน็ตก็จัดเป็นปัญหาสุขภาพจิตอย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้หนักมากถึงขนาดเป็นปัญหาทางจิตเวช แค่อยากได้การยอมรับจากสังคม อาจจะเกิดจากการอยู่ในบ้านที่ไม่ได้รับการยอมรับจากพ่อ-แม่ ทำให้ความภูมิใจในตัวเองต่ำ พอไม่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างก็รู้สึกแย่ เลยต้องหาช่องทางให้คนอื่นมาชื่นชมตัวเองในเฟซบุ๊ก ซึ่งตรงนี้อาจทำให้ตกเป็นเหยื่อของพวกมิจฉาชีพได้ง่ายๆ เพราะบางคนมาบอกให้โป๊มากขึ้นๆ ไปๆมาๆ อาจจะโดนเอาภาพไปแฉหรือแบล็คเมล์ได้”

นอกจากนั้นจิตแพทย์รายนี้ยังชี้แนะว่า “สื่อโซเชียลเหล่านี้ขณะที่เราใช้มันเป็นเครื่องมือ มันก็ใช้เราเป็นเครื่องมือเหมือนกัน เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนอาจจะไม่ได้อะไรเลย นอกจากเสียเวลา เหนื่อยมากเครียดมาก แล้วก็ต้องอยู่กับความเสี่ยงตลอดเวลาว่าเขาจะชื่นชมเราหรือไม่

“และเดี๋ยวนี้มันไม่ได้มีแค่การชื่นชมหรือกดไลค์อย่างเดียว ยังมีคอมเมนต์แล้วก็ด่าด้วย เพราะฉะนั้นบางคนอาจจะเสียความมั่นใจไปเลยก็ได้ ขณะเดียวกันบางคนก็อาจจะประสบความสำเร็จ เช่น มีคนมาชื่นชมแล้วถูกทาบทามให้เข้าวงการ กลายเป็นคนมีชื่อเสียง แต่ถามว่าเป็นส่วนใหญ่หรือไม่ ย่อมไม่ใช่แน่”

ดังนั้นถ้าพูดถึงการประสบความสำเร็จในชีวิต หากจะต้องวนเวียนอยู่ในโซเชียลมีเดียด้วยการทำตัวเป็นศิลปิน หรือว่านายแบบนางแบบอะไรสักอย่าง ด้วยภาพลักษณ์ต่างๆ ที่ตัวเองจัดวางขึ้นมา แต่ถ้าคนคนนั้นไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำตัวเป็นเพื่อนที่ดี เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ เป็นศิษย์ที่ดีของครู หรือไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ถามว่าชีวิตแบบนั้นประสบความสำเร็จจริงๆ หรือเปล่า ที่สำคัญสิ่งเหล่านี้เป็นได้แค่ชั่วคราว วันนี้แจ้งเกิดมีชื่อเสียง วันรุ่งขึ้นก็จะมีคนใหม่ๆ เกิดตามมา สุดท้ายคนที่มาก่อนก็จะเก่าไปตามกาลเวลา ดุจดังวาทะอมตะของ แอนดี้ วอร์ฮอล ศิลปินป๊อปอาร์ตชื่อดัง ที่เคยบอกเอาไว้ว่า “ทุกวันนี้ทุกคนมีโอกาสที่จะโด่งดังแค่ 15 นาทีเท่านั้น”

ขอให้โชคดี…เน็ตไอดอลทั้งหลาย โดยเฉพาะสาวๆ ที่เน้นความเซ็กซี่ ใช้ชีวิตอยู่ระหว่างเหรียญสองด้านของความชื่นชอบและชิงชัง

….

 

มันแกว” ไม่ได้แรงแต่นม คารมเธอก็สุดแซ่บ

 ในบรรดาเซ็กซี่ เน็ตไอดอล คนที่ชัดเจนที่สุดเรื่อง “นม” และไม่กลัวที่จะแสดงความคิดเห็นในประเด็นต่างๆ ตลอดจนออกมาตอบโต้คำวิจารณ์ในทุกกรณี คือ “น้องมันแกว” เจ้าของฉายา “นมใหญ่ ใจดี มีคุณธรรม” และต่อไปนี้คือคำพูดแซ่บๆ แต่ชวนคิดสะกิดอารมณ์ของเธอในหลายๆ ประเด็น

netidol(ล้อมกรอบ) netidol(ล้อมกรอบ2)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาของนมคุณธรรม: “คือการใช้นมมาเพื่อดึงดูด ให้คนกลับมาตั้งคำถามกับสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคม จริงอยู่คนส่วนใหญ่เข้ามาเพื่อดูนมมันแกว แต่มันแกวก็ไม่ได้โพสต์แค่รูปนมเฉยๆ ยังตั้งคำถามกับสังคมในมุมมองของมันแกว ซึ่งอาจจะผิดหรือถูกก็ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้คนได้คิด เช่น ในช่วงที่กระแสมนุษย์ป้ามาแรง มันแกวรู้สึกว่าสังคมไทยเหมารวมผู้สูงอายุมากเกินไป มันแกวก็ใช้นมในการช่วยให้คนที่เข้ามาดูได้คิดในมุมที่แตกต่างหลากหลาย อย่างน้อยคนที่เข้ามาดูนมมันแกวเขาก็ได้อะไรกลับไปบ้าง แต่ถึงคนที่เข้ามาดูจะไม่สนใจข้อความที่มันแกวพยายามจะส่งต่อ เอาแต่ดูนมอย่างเดียวก็ไม่เป็นไร เพราะมันเป็นความชอบส่วนตัวของมันแกวที่ชอบแต่งตัวเซ็กซี่ เป็นไลฟ์สไตล์ของเรา เราไม่ได้คาดหวังให้ใครต้องมาเปลี่ยนความคิดหรือคิดตามเราทุกคน”

 

ขายตัว: “หนูไม่ได้ขายตัว หนูให้ดูนมฟรี”

 

การเปลือยอกถูกกฎหมาย: “แกวไม่เห็นด้วย เพราะถ้าเดินโชว์หัวนมไปมาก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงเห็นผู้ชายเดินแกว่งเจี๊ยว ปัญหาไม่เกี่ยวกับกฎหมาย แต่เกี่ยวกับทัศนคติของคนในสังคม เราต้องแยกให้ออกระหว่างเซ็กซี่กับ อนาจาร…อนาจารคืออุบาทว์ อุจาด ลามก เกิดความกระอักกระอ่วนใจต่อผู้พบเห็น แต่เซ็กซี่ก็คืออีกแบบ”

 

การทำแท้งถูกกฎหมาย: “แกวสนับสนุน แต่ต้องมีกฎหมายกำหนดอย่างรัดกุม และต้องป้องกันความมักง่ายของคนบางกลุ่ม เพราะความเหลื่อมล้ำทางเพศส่งผลให้เพศหญิงมีภาระหลังจากมีเซ็กซ์มากกว่าผู้ชาย จึงควรมีมาตรการรองรับเพศหญิงมากขึ้น เพราะเซ็กซ์ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เซ็กซ์แล้วเกิดปัญหานั่นล่ะคือเซ็กซ์ที่ผิด”

 

กัญชาถูกกฎหมาย: “เห็นด้วย แต่ต้องดูที่การจำกัดปริมาณ เหมือนการกินเหล้ามันก็คล้ายๆ กัน จะต้องมีการควบคุมอย่างรัดกุม ส่วนหนึ่งก็ต้องมีการโหวตจากประชาชนหรือศึกษาแง่มุมทางกฎหมายอย่างดีก่อน ต้องคิดอย่างรอบคอบ”

 

จุดยืนทางการเมือง:  “แกวมองเป็นกรณีๆ ไป ผิดถูกว่าตามเหตุการณ์ ทุกฝ่ายมีจุดด่าง ไม่เหมารวม บางคนเห็นผิดเป็นชอบ เพราะคนผิดอยู่ฝั่งตน น่าอายกว่าแกวโชว์นมอีก-บอกเลย”

 

รัฐประหาร:  “ไม่มีสีเสื้อ ไม่ใช่เสื้อแดง แต่เกลียดรัฐประหาร ได้มั้ย??”

 

มรสุมชีวิต: “มองให้เหมือนลมตด เมื่อเวลาผ่านไปคุณย้อนกลับมามองจะรู้ว่าเสียเวลาไปยืนดมลมตดทำไม แกวยังไม่หวั่นอะไรเลย ขนาดแกวต้องแบกนมตัวเองทุกวันนะเนี่ย 555 ดังนั้นทุกคนต้องสู้ๆ เครียดก็มาดูนมแกวได้นะคะ”