15 ค็อกเทลสูตรไวกิ้ง

คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก “ชาวไวกิ้ง” (Viking) จากภาพยนตร์ แต่ไม่รู้ลึกว่าไวกิ้งคือใคร มาจากไหน แล้ววันนี้หายสาบสูญไปหรือไม่?

แท้จริงชาวไวกิ้งเป็นคนป่า หรืออนารยชนที่คนอังกฤษยุคโบราณเรียกชาวไวกิ้งว่า “ชาวเดนส์” (Dens) อาศัยอยู่ในดินแดนแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งในยุคนั้นถูกเรียกว่า “ดินแดนแห่งทะเลเหนือ”

หลังโรมันล่มสลายในศตวรรษที่ 5 ยุโรปเกิดนครรัฐมากมาย แล้วต่างแย่งชิงดินแดนและเข่นฆ่ากันอย่างมันหยด ไวกิ้งก็เป็นคนป่ากลุ่มหนึ่งที่เริ่มมีบทบาทในประวัติศาสตร์โลก เหมือนพวกกอล พวกแองโกล-แซ็กซอน พวกเซลล์ พวกเซอร์บัน และพวกเยอมานิกในยุโรป

ชาวไวกิ้งเป็นนักผจญภัยบนผืนน้ำระดับมือฉกรรจ์ เป็นนักเดินทางบนเกลียวคลื่นที่โหดเหี้ยม ดุร้ายและน่าเกรงขามที่สุดกลุ่มหนึ่งในประวัติศาสตร์โลก

ไวกิ้งเป็นทั้งนักรบ นักไล่ล่า นักการค้า นักรุกราน นักปล้นสะดม (โจรสลัด) และชอบมีอาณานิคม

จึงไม่น่าประหลาดใจ ระหว่างศตวรรษที่ 8-11 ขณะที่ไวกิ้งเรืองอำนาจ ไวกิ้งได้ยึดอังกฤษและสกอตแลนด์ไว้เป็นเมืองขึ้นหลายครั้ง โดยผลัดกันรบแพ้และรบชนะสลับฟันปลา แถมไวกิ้งยังรุกรานบางส่วนของฝรั่งเศส สเปน และรัสเซีย

ระหว่างปี ค.ศ.1016 ถึงปี ค.ศ.1035 กษัตริย์ไวกิ้งประกาศตนเป็นกษัตริย์ของอังกฤษด้วย กษัตริย์ไวกิ้งองค์นั้นชื่อว่า “พระเจ้าคนุตมหาราช” และยังได้ประกาศอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรทะเลเหนือ หรืออาณาจักรไวกิ้งนั่นเอง

จากนั้นมาพวกแองโกล-แซ็กซอนและกลุ่มเดนส์ต่างได้แย่งครองบัลลังก์ในอังกฤษ จนสุดท้างในปี ค.ศ.1066 ชาวเดนส์จึงได้ปกครองอังกฤษอย่างแท้จริง โดยแยกเอกราชออกมาจากอาณาจักรทะเลเหนือ โดยราชวงศ์แรกของอังกฤษซึ่งเป็นชาวไวกิ้งมีชื่อว่า “ราชวงศ์นอร์บัน”

จึงสรุปได้ว่า “อาณาจักรทะเลเหนือ” ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก คือผู้สืบเชื้อสายมาจากไวกิ้ง และชาวอังกฤษก็มีสายเลือดผสมของชาวไวกิ้ง

แต่ชาติที่มีเลือดไวกิ้งเข้มข้นที่สุด ได้แก่นอร์เวย์ จึงปรากฏว่าทั้งตำนานและประวัติศาสตร์ รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ ในประเทศนอร์เวย์ จะมีเรื่องราวกล่าวถึงไวกิ้งมากกว่าใคร ในขณะที่ชาวอังกฤษส่วนใหญ่ในปัจจุบันไม่ยอมรับว่าพวกตนมีเชื้อสายไวกิ้ง

a19ce0a73c8b74dd_norwegian-wood-2.xxxlarge_2x

            15 ค็อกเทลสูตรไวกิ้งต่อไปนี้ จึงยึดตำรับของชาวนอร์เวย์เป็นด้านหลัก เพราะชนชาตินี้ “ยืดอกยอมรับ” พวกตนคือลูกหลานไวกิ้ง “ของจริง”

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 1 Viking Blood ใช้แก้ววิสกี้ทรงสูงเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่เครื่องเชก น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 40 มิลลิลิตร เหล้า Tia Maria 40 มิลลิลิตร เติมโซดารสมะนาวจนเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 2 Viking Coffee ใช้เหยือกกาแฟเป็นภาชนะ ชงกาแฟดำ 3 ใน 4 ของเหยือก เติมเหล้า Aquavit ลงในกาแฟดำ คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 3 Red Viking ใช้แก้วค็อกเทลเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่เครื่องเชก น้ำแข็ง 4 ก้อน เหล้า Aquavit 60 มิลลิลิตร เหล้า Maraschino Liqueur 50 มิลลิลิตร น้ำทับทิมสีแดง 30 มิลลิลิตร เชกให้เข้ากัน รินเฉพาะน้ำใส่แก้ว เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 4 Viking Affairใช้แก้วค็อกเทลเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่เครื่องเชก น้ำแข็ง 4 ก้อน เหล้า Aquavit 50 มิลลิลิตร เหล้า Orange Liqueur 50 มิลลิลิตร น้ำส้มคั้น 50 มิลลิลิตร เชกให้เข้ากัน รินเฉพาะน้ำใส่แก้ว เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 5 Viking Breeze ใช้ชามแก้วไอศกรีมยาวๆ คล้ายเรือเป็นภาชนะ ใส่น้ำแข็ง 4 ก้อน เหล้า Aquavit 60 มิลลิลิตร เหล้า Vodka 60 มิลลิลิตร เหล้า Orange Bitters 1 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำแอปเปิ้ลจนเกือบเต็ม คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้ ดื่มโดยใช้สองมือยกขึ้นซด

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 6 Viking Special ใช้แก้ววิสกี้ทรงสูงเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงไป น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 40 มิลลิลิตร เหล้า Banana Liqueur 40 มิลลิลิตร น้ำมะนาว 60 มิลลิลิตร เติมโซดารสมะนาวจนเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 7 Viking Color ใช้แก้ว Shot เล็กๆ เป็นภาชนะ เทเหล้าบนหลังช้อนแบ่งเป็นชั้นๆ ดังนี้ Amaretto 10 มิลลิลิตร เหล้า Vodka 10 มิลลิลิตร เหล้า Blue Curacao 10 มิลลิลิตร เสิร์ฟได้ ดื่มครั้งเดียวหมด

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 8 Price of Norway ใช้แก้ววิสกี้ทรงสูงเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงแก้ว น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Apricot Brandy 30 มิลลิลิตร เหล้า Vodka 30 มิลลิลิตร น้ำมะนาว 10 มิลลิลิตร เติมโซดารสมะนาวจนเกือบเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 9 Norwegian Pastry ใช้แก้ววิสกี้ทรงเตี้ยเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงแก้ว น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 30 มิลลิลิตร เหล้า Crème de Cacao (Dark) 30 มิลลิลิตร เหล้า Vanilla Liqueur 30 มิลลิลิตร ใส่กาแฟดำจนเกือบเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 10 Tall Blonde ใช้แก้ววิสกี้ทรงเตี้ยเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงแก้ว น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 30 มิลลิลิตร เหล้า Apricot Brandy 20 มิลลิลิตร เติมโซดารสมะนาวจนเกือบเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 11 Sweet Escape ใช้แก้ววิสกี้ทรงเตี้ยเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงไป น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 30 มิลลิลิตร เหล้า Vodka 30 มิลลิลิตร เหล้า Peach Schnapps 30 มิลลิลิตร ใส่น้ำผลไม้ประเภท Peach จนเกือบเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 12 Oslo Nights ใช้แก้ววิสกี้ทรงเตี้ยเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงแก้ว น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 20 มิลลิลิตร เหล้า Blue Curacao 20 มิลลิลิตร Vodka รสมะนาว 20 มิลลิลิตร Cider 20 มิลลิลิตร น้ำมะนาว 20 มิลลิลิตร ใส่เหล้า Lemonade จนเกือบเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 13 Opheliaใช้แก้วค็อกเทลเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่เครื่องเชก น้ำแข็ง 4 ก้อน เหล้า Aquavit 30 มิลลิลิตร เหล้า Lime Cordial 30 มิลลิลิตร น้ำส้มคั้น 60 มิลลิลิตร เชกให้เข้ากัน รินเฉพาะน้ำใส่แก้ว เสิร์ฟได้

 

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 14 Molly Brown ใช้แก้ววิสกี้ทรงสูงเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงแก้ว น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 40 มิลลิลิตร เหล้า Blue Curacao 20 มิลลิลิตร เติมโซดารสมะนาวจนเกือบเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้

ค็อกเทลไวกิ้ง สูตรที่ 15 Animal in Man ใช้แก้ววิสกี้ทรงสูงเป็นภาชนะ นำส่วนผสมต่อไปนี้ใส่ลงไป น้ำแข็ง 3 ก้อน เหล้า Aquavit 30 มิลลิลิตร เหล้า Melon Liqueur 30 มิลลิลิตร เหล้า Pisang Ambon Liqueur 30 มิลลิลิตร เติมโซดารสมะนาวจนเต็มแก้ว คนให้เข้ากัน เสิร์ฟได้